What kind of startup Fixzy

Startup Name : Fixzy

Type : Cockroach

Status : Underdog

บทความชุดนี้ตั้งใจเขียนเป็นพิเศษ เพื่อต้องการสื่อสารให้กับคนที่จะเริ่มทำ Startup หรือทำ Startup อยู่ แล้วอยู่ในสถานะการณ์เดียวกันครับ

ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมาเป็น Startup ผมออกจากงานมาเพื่อพยายามสร้างบริษัทให้มั่นคง หลังจากที่ผลิตของให้กับคนอื่นมา 2 ปี ผมก็เริ่มรู้สึกว่ามันไม่มั่นคงเอาเสียเลย ผมคิดตลอดเวลาว่าถ้าเมื่อไหร่ไม่มีงาน บริษัทเราก็คงไปไม่รอด เหตุการณ์ไก่กับไข่เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนนี้แล้วครับ ขณะที่ผมกำลังรับงานอย่างเมามันส์ มันจะมีช่วงที่มีงานเยอะและแทบไม่มีงานเลย ตอนงานเยอะคือเรามีคนน้อยก็มีกำลังทำได้เท่านั้น กะว่าจะขยายทีมเพื่อให้รับงานได้มากขึ้น คำถามก็เกิดว่า ถ้าขยายแล้วงานหาไม่ได้จะเป็นยังไง สับสนไปหมดไม่รู้ควรจะทำยังไง เพราะ ผมคิดว่าการหาคนมาร่วมทีมนั้นยาก ถ้าหางานมาก่อน ไม่มีคนทำก็ทำไม่ได้อีก โอ้ยยุ่งจริง

ผมจึงตัดสินใจว่าเราควรจะทำอะไรให้เกิด Passive income ซักที เลยอยากลองทำอะไรที่เป็นของตัวเองทำทีเดียวขายได้หลายๆครั้ง หรือมีเงินค่าใช้งานเข้ามาทุกๆเดือน ผมจึงคิด Project แรกขึ้นมาโดยใช้ฐานมาจากของที่เคยทำ Project นั้นชื่อว่า

“Prime Cluster”

ชื่อเท่มากแต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร มันคือระบบบริหารจัดการทัวร์ครับ เราส่งประกวดในฐาน Startup ซึ่งตอนนั้นไม่รู้เลยว่า Startup คืออะไร ไปเจอน้องๆ ทำ Project อลังๆ กันทั้งนั้นจนผมคิดว่ามันจะขายได้ยังไง Dating App งี้ Social App งี้ แต่พวกเขาก็ Pitch ชนะกัน Prime Cluster ของผมมีลูกค้าอยู่แล้วแต่เราก็ไม่ชนะ เพราะ

“เรา Pitch ไม่เป็น”

อุปสรรค์แรกเลยและพึ่งรู้จักด้วย Pitch คืออะไรวะ ผมทำ Slide ได้โง่มากและมันทำให้ผมทำอะไรโง่ๆในสายตา Startup ใน Project แรก และมันล้มไม่เป็นท่า เราหาทุนไม่ได้ เราหาลูกค้าเพิ่มไม่ได้ เราประกวดอะไรก็ไม่ชนะ

ผมและเพื่อนกลับมานั่งคิดกันว่าเราพลาดอะไรไป ตอนนั้นก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่า Startup เขาทำกันยังไง ก็กลับมารับงานเหมือนเดิม

จุดเปลี่ยนมันอยู่ที่ เราได้คิดโปรเจคนึงขึ้นมา และมันเป็นโชคที่เราได้โอกาสจากพี่คนนึง ที่ครั้งนึงผมได้โอกาสไปงานที่อินโดกับ SIPA และ พี่เขาไปกับ TSEP นั้นเป็นครั้งแรกที่ผมได้พบพี่เขา และมาได้คุยกันใน Project FIXZY ผมได้ Investor คนแรก และเป็น Co founder ที่ใจถึงมากๆ ผมทุบหม้อข้าวตัวเองและตัดสินใจทำตัวนี้ ตอนนั้น Runway เราอยู่ได้แค่ 4-6 เดือนเท่านั้น ทำไป ก็ยิ่งคิดว่า แล้วเราจะหาเงินยังไง คิดจนปวดหัว ไอเดียมันดีมาก แต่จะหาเงินจากไหน ผมตบไอเดียไปมาอยู่หลายเดือน จนเราได้ทุนกอนแรกจริงๆจาก VC จริงๆ มา ทำให้งานเดินหน้าได้เยอะ เรียนรู้จากงานต่างๆมากขึ้น Pitch ได้ดีขึ้น จนผมตัดสินใจประกวด AIS The Startup 2015 อีกครั้ง (ครั้งแรก กับ Prime Cluster กรรมการแทบไม่ฟังด้วยซ้ำ) เข้าไปถึงรอบ Final List ซึ่งตอนนั้นผมรู้สึกว่ามันเป็นเวทีใหญ่มากๆ ปัญหาที่ 2 มา

“ผม Pitch และสื่อสารภาษาอังกฤษ ได้ห่วยมาก”

จากเมื่อก่อนผมเคยคิดว่า ผมก็พอใช้ภาษาอังกฤษได้นะ แต่พอมาอยู่ในสังคม Startup ผมรู้สึกได้เลยว่า ระดับเรามันไม่ใช่ปานกลางละ มันระดับแย่เลย น้องๆ ใช้ภาษาอังกฤษกันเหมือนเป็นภาษาแรกเลยทีเดียว ผมเครียดมากจนสุดท้ายแก้ปัญหาไม่ได้ เราเลยไปได้แค่ 1 ใน 10 ทีมของ AIS the StartUp 2015 เท่านั้น ข้อผิดพลาดนอกจากภาษาก็ยังมีเรื่อง Model รายได้ที่ไม่ชัดเจน

ในสังคม Startup ที่ผมอยู่มันเต็มไปด้วยสนามวิ่ง ที่ถ้าคุณเดินหรือหยุด คุณไม่ใช่อยู่ท้ายนะ คุณแทบจะหายไปจากวงการด้วยซ้ำ ถึงจะไม่ใช่สิ่งที่เสมอไปแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า CEO และ Co Founder ส่วนใหญ่ จบนอก หรือจบที่ดีๆมากทั้งนั้น

“ผมและเพื่อนจบราม”

เราแทบจะหารุ่นพี่ในสายไม่ได้เลย นอกจาก VC ของเราเอง ผมเคยเจอคำถามตอนทานข้าวในวง Startup บ่อยว่า แบบนี้ แบบนั้นมันเหมือนที่ New york เลยนะครับ ซึ่งผมก็บอกไปตรงๆ ว่า ผมไม่เคยไปเหยืยบอเมริกาเลยครับ ก็ขำๆกันไป

สภาพจิตใจ ผมขึ้นๆลง ผมตั้งคำถามตัวเองเหมือนในหนังสือ เหมือนที่เพื่อนๆเคยบอกเลยว่า

“ทำไมเราต้องทำในสิ่งที่เราไม่ใช่”

“ทำไมเราต้องไปกินเหล้ากับใครก็ไม่รู้”

“ทำไม่เราต้องเดินไปคุยกับใครไม่เลือกหน้า ทำไม่เราต้องนำเสนอตัวเองตลอดเวลา”

ผมจิตตกอยู่นาน ตอนนั้น FIXZY แทบจะเป็นแค่ App ซ่อมท่อ เราถูกมองว่าเป็น App ระดับล่าง เราลงตลาดช่างที่มันต่ำต้อย ไม่เท่เหมือน App อื่นๆเลย แถมทีมผมทั้งทีม ไม่มี Top class จากไหนเลย มหาลัย no name ทั้งสิ้น

FIXZY ในช่วงปีที่แล้ว เราแทบไม่ได้รับโอกาสจากสื่อ หรือโอกาสจากผู้ใหญ่คนไหนเลย เราน้อยใจครับ แต่เราไม่โทษใคร ผมเปลี่ยนความคิดใหม่ทั้งหมด ถ้าเราจะเดินทางนี้แล้ว อะไรที่เราไม่ทำ เราก็ต้องทำให้เป็นธรรมชาติ ผมออกพบคน และพิสูจน์ให้ได้ว่า connection มันไม่มาเองมันต้องหา และผมก็พยายามทำความรู้จักคนสะสมเรื่อยมา ใครให้ผมช่วยอะไรผมไปหมด แต่นั้นมันก็ไม่พอครับ

“เชื่อไหมเมื่อต้นปี 2016 FIXZY เกือบไปไม่รอด”

เงินเรากำลังหมด แต่เราสร้างรายได้ไม่เพียงพอ ผมเริ่มหมดหวังกับ ชีวิต Startup และผมไม่เข้าใจเลยว่า ผมผิดตรงไหน ทำไม Startup อื่นๆ ยังหาเงินไม่ได้ด้วยซ้ำ ทำไมเขาได้รับโอกาส นั้นผมตอบตัวเองได้เลย เรายังไม่ดีพอ เรา Pitch ไม่เก่ง เราไม่ได้ภาษา มันทำให้เราต้องทำงานหนักกว่าคนอื่น 2-3 เท่า ขณะที่กำลังใจกำลังจะหมด หมดหวังในการหาเงิน ผมรวมสติเรียกเพือนๆน้องๆ มาคุยกันอีกครั้ง ว่าเราจะเอายังไง ไปต่อหรือจะทิ้งเรื่องลำที่ชื่อว่า FIXZY แล้วไปทำอย่างอื่นทุกคนตอบมาเหมือนกันคือ

“เราเดินมาไกลมากเกินกว่าจะทิ้งหรือหันกลับแล้ว”

ประชุมเสร็จ ผมไม่หลับไม่นอน 2 คืนเพื่อคิดหาทางรอดให้กับทีม ตอนนั้นเป็นตอนที่ผมมั่นใจมากๆแล้วว่า ทีมผมแม่งโคตรเจ๋ง

“ผมจะไม่ยอมเสียทีมผมไป”

ผมปรับแผน ลืม สิ่งที่ Startup ต้องทำครึ่งนึง หันหาความจริงครึ่งนึง และผมเริ่มทำทุกอย่างที่เป็นไปได้ คุยกับทุกคน ที่เชื่อผม สุดท้าย ผมได้ยินคำว่า ฆ่าไม่ตาย หลายครั้งมากขึ้น จนเราสรุปได้แล้วว่า

“เราคือแมลงสาบ ที่เป็นมวยรอง”

Cockroach_perfect_creature

จะมีคนเชื่อเราไหม

สุดท้ายผมได้ Model ที่ไม่ยอมตาย Model ที่ตายยาก คงไม่ต้องบอกนะครับว่าคู่แข่งผม เงินเยอะกว่าผมขนาดไหน เพราะนั้นเราต้องหาทางใช้น้อยตายช้า หาทางสู้

ผมพิสูจน์ได้หลายๆอย่างในสิ่งที่เราพยายามทำกันและมันเป็นจริง ทุกคนเชื่อ ทำให้ผมได้รับทุนอีกก้อนนึ่งทำให้ FIXZY เดินหน้าไปต่อไป อย่างน้อยก็อีกปีครึ่ง

ผมยังไม่ได้ประสบความสำเร็จนะครับ การที่ผมหาทุนได้ผมไม่เคยดีใจ ผมกลับรู้สึกว่า ผมต้องรับผิดชอบในความเชื่อมั่นที่พี่ๆมีให้ผม เงินของพี่ๆ ทำให้ผมมีโอกาสได้ทำงานที่หนักขึ้น

ผมภูมิใจที่ได้พูดว่า

“ผมเป็นทีมแรกที่ทำ Service แบบนี้ในประเทศไทย”

“ผมเป็นทีมที่ทำ Service แบบนี้ และเป็น ทีมคนไทย 100% Co-Founder ไทย นักลงทุนไทย เพื่อคนไทย จ่ายภาษีถูกต้อง จด VAT เรียบร้อย สนับสนุนผม สนับสนุนคนไทย สนับสนุน Startup ไทย”

1*WEVGdsItw77avwi4iyNgpA

บันทึกนี้ขอลงเวลาในช่วงเวลาที่ดีที่สุดในช่วงที่ผมต้อง เอาตัวรอด และต้องรอดให้ได้ เมื่อรอดแล้วจะมาแชร์ในส่วนที่เหลือนะครับ ตอนนี้คงแชร์อะไรไม่ได้มากกว่านี้

สิ่งที่ผมเชื่อและพยายามออกไปบอกน้องๆใน มหาวิทยาลัยคือ อย่าติดกับดัก Startup และเตรียมตัวให้พร้อม พิสูจน์ให้ได้ว่า คนต่างจังหวัด หรือคนที่ไม่ได้เรียน มหาวิทยาลัย Top class ก็สามารถไปถึงฝันได้ แต่อาจจะต้องแลกมาด้วยความพยายามที่มากกว่าคนอื่น

จบ Cockroach ภาคแรก

เมื่อพร้อมจะมาต่อตอนที่ 2 ครับ

คำบอกเล่าจากผู้ใช้งานจริงถึงเรา

10882145_1029371227078000_4744857731591521788_n

Ravipon
ประเภทงาน : ระบบน้ำ
สถานที่ : สะพานสูง
ได้ช่างตรงตามจุดที่เราต้องการ เป็นช่างที่มีคุณภาพ ในราคาที่รับได้ค่ะ แอปตอบสนองได้รวดเร็วประมาณนึงค่ะ อยากให้จัดหมวดหมู่ให้กระชับกว่านี้จะดีมากเลยค่ะ

 

 

 

66631_10151552128051217_649751476_n

Thera
ประเภทงาน : โครงสร้าง
สถานที่ : พญาไท
ตอนนั้นประตูมีปัญหาเปิดเข้าห้องไม่ได้ ก็เลยลองใช้แอป ปรากฎว่ามีช่างติดต่อกลับมาภายใน 3 ชม. ถือว่าเร็วมาก เพราะผมไม่มีเวลาไป search ใน internet สะดวกดีครับ

 

 

 

12523997_10154054207889549_960386496253446484_nWilas
ประเภทงาน : เครื่องใช้ไฟฟ้า
สถานที่ : วุฒากาศ
Fixzy สะดวกดีครับ จากที่นึกไม่ออกว่าต้องไปหาช่างจากไหน โหลดแอปเสร็จลองเรียกช่างดู สักพักติดต่อกลับมาเลย สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องเรียกช่าง อยากให้ลองใช้กันดูครับ
13006724_10208162356190944_7427991855708731701_nคุณณรงค์ฤทธิ์
ประเภทงาน : ปั้มน้ำ
สถานที่ : บางกรวย
ผมลองติดตั้ง FIXZY ดู แล้วผมมีปัญหาพอดี เพราะบ้านผมเป็นหมู่บ้านจัดสรร บ้านหมดประกันไปแล้วจึงทำให้ต้องหาช่างเอง แล้วการหาช่างมันก็หายาก เห็นว่า fixzy ก็สะดวกดีในการหาช่าง เลยลองเรียกใช้บริการดู พอได้ใช้บริการแล้วช่างทำงานได้เรียบร้อยดีครับ

 

 

 

10277491_10203826162426888_265055199343179668_nคุณครองศักดิ์
ประเภทงาน : ฝ้า – เพดาน
สถานที่ : ปทุมธานี
ผมได้รู้จัก fixzy เพราะเพื่อนผมแนะนำให้ลองใช้ดูครับ เลยได้ใช้บริการ fixzy ไปเกือบ 10 ครั้งแล้ว พอได้ใช้แล้วก็รู้สึกชอบครับ ดีกว่าเราไปหาช่างเอง ส่วนมากก็ยังเจอช่างดีๆอยู่ครับ

มากำจัดจุดเชื้อราบนเสื้อผ้ากันเถอะ

12522967_979173542120413_6757231051118868082_n

จุดเชื้อราบนเสื้อมีสาเหตุมาจากหลายประการไม่ว่าจะเป็น สภาพอากาศที่ร้อนชื้น ฝนตก หรือตากผ้าไม่แห้งสนิท ซึ่งปัญหาเหล่านี้มันเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ แต่รู้หรือไม่อีกสาเหตุหนึ่งที่คุณคาดไม่ถึงคือการทิ้งผ้าที่ซักเสร็จแล้วไว้ในถังซักผ้า เพราะในตัวถังเครื่องซักผ้าเองก็มีเชื้อราสะสมอยู่เช่นกัน วันนี้เราจึงนำวิธีแก้ปัญหามาเล่าสู่กันฟังค่ะ
1. ใช้ด่างทับทิมสำหรับกำจัดราบางๆที่ติดบนผ้า โดยนำผ้าที่เป็นจุดราจุมลงไปในน้ำด่างทับทิม ทิ้งไว้ 5 นาที แล้วนำไปซักเท่านี้ก็จะช่วยคุณกำจัดจุดราบางๆได้
2. ใช้น้ำส้มสายชูผสมกับเกลืออย่างเข้มข้น นำไปทาบริเวณที่เป็นราแล้วนำผ้าไปตากให้แห้ง หลังจากนั้นนำผ้ามาซักด้วยน้ำร้อนแล้วนำไปปตากแดดอีกครั้งเท่านี้คุณก็กำจัดเชื้อราฝังแน่นได้แล้วค่ะ
3. ถอดถังซักผ้าออกมาล้างทำความสะอาด อย่างน้อยควรล้างในระยะ 6 เดือนถึง 1 ปี จะช่วยกำจักราที่อยู่ในตัวถังซัก เพราะตัวถังที่มองไม่เห็นเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราแค่คุณทิ้งผ้าไว้ในถังเพียง5นาทีเชื้อราก็เข้าไปเกาะที่เสื้อผ้าของคุณแล้วล่ะค่ะ 

ด้วยสามวิธีนี้จะทำให้ชีวิตของคุณห่างไกลจากเชื้อราและจุดดำบนผ้าได้แล้วค่ะ แต่ในการถอดถังเครื่องซักผ้าออกมาล้างนั้นควรเรียกใช้บริการช่างผู้ชำนาญมาจัดการให้ดีกว่าค่ะ รับรองว่าคุ้มค่า คุ้มราคาอย่างแน่นอน Fixzy เองก็มีบริการล้างเครื่องซักผ้านะคะ คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมเลยค่ะ

ซื้อโปรล้างเครื่องซักผ้า คลิดเลย http://bit.ly/1VLyC4p

ท่อน้ำประเภทไหน ใช้กับน้ำดื่ม

ginde_hdpe_pipe_for_water_supply-980x445

ทำไมจึงต้องใช้ท่อ HDPE เป็นท่อน้ำดื่มหรือน้ำประปา HDPE คือวัสดุ Hight density polyethlene ซึ่งมีค่าความหนาแน่นของวัสดุนั้นต้องมีค่าไม่น้อยกว่า 0.950 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร และมีอัตราการไหลเมื่อหลอมเหลว และปัจจุบันในการวางท่อประปาจะแบ่งชั้นคุณภาพของท่อ ออกเป็น 3 ประเภทด้วยกัน และคุณสมบัติเด่นของท่อ HDPE ที่ใช้เป็นท่อน้ำดื่มคือ

1.ไม่เป็นสนิม ทนการกัดกร่อนจากเคมีได้ดีและมีอายุการใช้งานถึง 50 ปี

2.การติดตั้งทำได้ง่ายโดยเชื่อมแผ่นความร้อน

3.เลือกใช้ตามแรงดันที่ต้องการเนื่องจากทนแรงดันได้สูง

4.มีความหยือหยุ่นขณะขุดวางทำได้ง่าย

5.น้ำหนักเบาขนส่งสะดวก พอทราบกันแล้วใช่ไหมค่ะว่าทำไมเราจึงต้องเลือกท่อน้ำดื่มแบบ HDPE

Credit HDPE

น้ำยาแอร์จำเป็นต้องเติมหรือไม่

จำหน่ายแอร์-12

บ่อยครั้งที่เราเคยได้ยินเรื่องราวที่ว่าเรียกช่างให้มาล้างแอร์แล้วช่างมักจะบอกว่าน้ำยาแอร์ขาดทำให้ต้องเสียเงินเติมน้ำยาแอร์เพิ่มเผลอๆค่าเติมน้ำยาแอร์แพงกว่าค่าล้างแอร์ด้วยซ้ำ

 

เราไม่ได้เหมารวมว่าช่างแอร์จะมีนิสัยแบบนี้ทุกคนเพราะช่างแอร์ส่วนใหญ่จริงๆแล้วจะไม่หลอกลูกค้าให้ต้องเติมน้ำยาแอร์เพิ่ม แต่เราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ว่ายังมีช่างแอร์บางส่วนที่ยังหลอกให้ลูกค้าเติมน้ำยาแอร์อยู่ งั้นเราควรจะรู้ทันช่างส่วนนี้ไม่ให้มาฉกเงินออกจากกระเป๋าเราได้ค่ะ

 

ก่อนอื่นต้องทราบก่อนว่าระบบแอร์นั้นเป็นระบบปิดดังนั้นน้ำยาแอร์ที่อยู่ในเครื่องจะมีโอกาสน้อยมากที่จะขาดหายไปทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องเติมน้ำยาแอร์เพิ่มเลย ยกเว้นแต่ว่าเกิดอาการรั่ว ข้อต่อเสื่อมหรือหลวม ซึ่งถ้าเกิดกรณีรั่วจะทำให้นำ้ยาแอร์หมดอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่วันและส่งผลให้แอร์ของคุณไม่เย็น ดังนั้นหากเกิดอาการรั่วช่างไม่เพียงแค่เติมน้ำยาแอร์อย่างเดียวเท่านั้น จะต้องมีการซ่อมท่อน้ำยา ปิดรอยรั่วตามข้อต่อต่างๆแอร์ของคุณถึงจะกลับมาเย็นเป็นปกติดังเดิม ถ้าเป็นเช่นนี้หากช่างแจ้งว่าคุณต้องเติมน้ำยาแอร์เพิ่มเพื่อให้แอร์ของคุณกลับมาเย็นเหมือนเดิมโดยที่ไม่ได้มีการซ่อมรอยรั่วต่างๆเพิ่มเติมบอกได้เลยว่าคุณกำลังจะโดนฉกเงินจากกระเป๋าไปอย่างสูญเปล่าแล้วล่ะค่ะ สิ่งที่ทำได้คือคุณเพียงแค่ปฎิเสธช่างไปได้เลยค่ะว่าไม่ต้องการเติมน้ำยาเพิ่มคุณต้องการเพียงแค่ล้างแอร์เท่านั้นก็พอค่ะ

วิธีคำนวณหาพื้นที่ใช้สอย (บ้าน)

home-calculator

สำหรับคนที่วางแผนจะซื้อหรือสร้างบ้าน คำถามเกี่ยวกับการก่อสร้างที่ได้ยินบ่อยมักเป็นเรื่องเกี่ยวกับ ขนาดพื้นที่ใช้สอยและราคาค่าก่อสร้าง โดยคำถามที่ว่าค่าก่อสร้างมีราคาตารางเมตรละเท่าไร มักจะเป็นคำถามเพื่อต้องการการประมาณราคาสำหรับหาผู้รับเหมา ซึ่งมักจะเป็นการถามผู้รับเหมามากกว่าหนึ่งราย เพื่อเปรียบเทียบราคาสำหรับการว่าจ้าง

อย่างไรก็ตามคำตอบว่าราคาค่าก่อสร้างต่อตารางเมตรว่าเป็นเท่าไรนั้น เป็นคำตอบที่มีค่าความคลาดเคลื่อนสูง เป็นค่าตัวเลขสำหรับประมาณให้เจ้าของต้องเตรียมค่าใช้จ่ายเบื้องต้นเป็นหลัก

ผู้รับเหมาที่บอกราคาค่าก่อสร้างเป็นตารางเมตรได้นั้น จะต้องเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ทำงานพอสมควร และการบอกราคาอาจบอกเผื่อเกินหรือน้อยกว่าความจริงก็ได้ โดยหากบอกน้อยกว่างานจริงที่เกิดขึ้นภายหลัง ผู้รับเหมารายนั้นก็อาจจะขอปรับราคาเพิ่ม แต่ถ้าไม่ได้ก็อาจเกิดกรณีของการทิ้งงานได้

ทั้งนี้แนวทางการประเมินราคาค่าก่อสร้างต่อตารางเมตรตามหลักการจริงๆ แล้วควรมาจากการถอดแบบแยกรายการต่างๆ ที่ต้องทำการก่อสร้างให้อยู่ ในรูปของเอกสารเสนอราคา หรือที่เรียกกันว่า BOQ (Bill of Quantity) แล้วจากรายการราคาที่ได้มาก็นำมาหารด้วยพื้นที่ใช้สอยที่คิดเป็นตารางเมตรว่ามีราคาค่าก่อสร้าง ตารางเมตรละเท่าไร เพื่อเป็นข้อมูลตรวจสอบว่าราคาสมเหตุสมผลแล้ว

พื้นที่ใช้สอยได้มาอย่างไร มีวิธีการคิดคำนวณอย่างไร พื้นที่ส่วนไหนนำมารวม ส่วนไหนไม่นำมารวม

ผมขอยกตัวอย่างจากการคิดพื้นที่ใช้สอยของอาคารพาณิชย์ (ตึกแถว) ที่มีขนาดมาตรฐานทั่วไป คือกว้าง 4.00 เมตร และมีความลึก 3 ช่วง ช่วงละ 4.00 เมตร รวมความลึกเท่ากับ 12.00 เมตร ดังนั้นพื้นที่ใช้สอยต่อชั้นคือ 4.00 x 12.00 = 48.00 ตารางเมตร ถ้าตึกแถวมี 4 ชั้น ก็จะมีพื้นที่ใช้สอยเท่ากับ 192.00 ตารางเมตร แต่ส่วนใหญ่ตึกแถวจะมีชั้นลอย และอาจจะมีเฉพาะช่วงหลัง คือกว้าง 4.00 เมตร พื้นที่ชั้นลอย เท่ากับ 4.00 x 4.00 = 16.00 ตารางเมตร ฉะนั้นรวมพื้นที่ใช้สอยเท่ากับ 192.00 + 16.00 = 208.00 ตารางเมตร และราคาประเมินอย่างต่ำของการสร้างตึกแถวก็ประมาณ 8,000 บาทต่อตารางเมตร (ขึ้นอยู่กับจำนวนห้องที่จะสร้างด้วยครับ)

ดังนั้นราคาค่าก่อสร้างของตึกแถวนี้จะเท่ากับ 1,664,000 บาท โดยไม่ต้องนำพื้นที่ของหลังคามาคิดรวมไว้ ให้คิดเฉพาะพื้นที่ใช้สอยเท่านั้น และต้องหักพื้นที่ของช่องบันไดออก เนื่องจากบันไดก็นับเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ใช้สอย และถ้าตึกแถวดังกล่าวมีระเบียงยื่นออกจากตัวอาคารก็ให้นำมารวมเป็นพื้นที่ใช้สอยเพื่อคิดพื้นที่รวมครับ

การคิดพื้นที่ใช้สอยของบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮ้าส์ก็มีหลักคิดแบบเดียวกับตึกแถว เพียงแต่การคำนวณหาพื้นที่ใช้สอยของบ้านเดี่ยวอาจจะยากกว่า เนื่องจากมีส่วนยื่นเข้ายื่นออกของระเบียงต่างๆ ซึ่งก็ต้องนำมารวมเป็นพื้นที่ใช้สอย และในทำนองเดียวกันคือ ไม่ต้องนำพื้นที่ของหลังคามารวม แต่ต้องนำพื้นที่ของส่วนซักล้างและที่จอดรถที่อยู่ใต้ตัวบ้านมารวมด้วย แต่หากที่จอดรถสร้างแยกจากตัวบ้านก็อาจจะต้องพิจารณาว่าควรนำพื้นที่มารวมด้วยหรือไม่สำหรับการประเมินราคาค่าก่อสร้าง

เรื่องที่เล่าฉบับนี้คงจะช่วยท่านผู้อ่านทราบถึงวิธีการหาพื้นที่ใช้สอยของบ้านอย่างประมาณคร่าวๆ เพื่อสามารถคำนวณได้ว่าบ้านที่ท่านจะสร้างหรือต้องการจะซื้อนั้น มีพื้นที่จริงตามที่ประกาศโฆษณาไว้หรือไม่ หรือบิดเบือนให้ดูประหนึ่งว่ามีพื้นที่ใช้สอยมาก เพื่อทำให้เข้าใจผิดว่าราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับพื้นที่ใช้สอยครับ

นิตยสาร HOMEBUYERS’GUIDE ฉบับที่ 259 July 57

ทำไมแอร์จึงมีน้ำหยด??

11692512_896911690346599_6910605515780154007_n

มีหลายสาเหตุค่ะ สาเหตุหนึ่งที่ทำให้แอร์มีน้ำหยดเกิดจากถาดหรือท่อน้ำทิ้งมีการอุดตัน ทำให้น้ำที่เกิดจากกระบวนการทำความเย็นไม่สามารถระบายออกจากเครื่องได้ น้ำจึงล้นและไหลย้อนกลับมากลายเป็นปัญหาน้ำหยดที่เราเจอกัน

แก้ไขเบื้องต้นยังไง??

ลองใช้โบลวเวอร์ (Blower) หรือเครื่องเป่าไฟฟ้า เป่าไล่น้ำบริเวณปลายท่อน้ำทิ้ง จะช่วยให้อาการน้ำหยดหายไปได้ แต่หากยังไม่หายก็ต้องเรียกช่างที่มีความชำนาญมาช่วยแก้ปัญหาค่ะ

ขจัดคราบสนิมบนเสื้อผ้ายังไงดี

1907640_863768010327634_4195356849769964110_n

บางครั้งไปยืนพิงเสาที่มีสนิมหรือซักเสื้อผ้าแล้วสนิมที่อยู่ตามซิปหรือกระดุมหลุดออกมาเปื้อนเสื้อผ้าจะทำยังไงดีลองวิธีนี้ดูนะคะ

1. ใช้น้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูถูไปบนคราบสนิม
2. น้ำผ้าไปตากแดดทิ้งไว้จนแห้ง
3. แล้วนำผ้าไปซักตามปกติ

แค่นี้ง่ายๆลองทำดูกันนะคะ

ทำความสะอาดกระจกอย่างง๊ายง่าย

10015159_856419177729184_8124037170291086702_n

ไม่จำเป็นต้องซื้อน้ำยาทำความสะอาดหรืออุปกรณ์ทำความสะอาดให้ยุ่งยาก ใช้แค่น้ำส้มสายชูกลั่นกับกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าที่ไม่ได้ใช้แล้วทำตามนี้เลยจ้า

1. ผสมน้ำส้มสายชูกลั่นกับน้ำอุ่น 1:2 ส่วนผสมกันในขวดสเปรย์เขย่าๆๆๆให้เข้ากัน
2. ฉีดๆๆๆลงบนกระจก
3. ขยำหนังสือพิมพ์แล้วเช็ดๆๆๆ แค่นี้กระจกก็ใสปิ๊ง!!!

เพราะน้ำส้มสายชูมีกรดแอซีติกที่มีฤทธิ์กัดกร่อนอยู่แต่เมื่อผสมกับน้ำแล้วทำให้มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ซึ่งมีประโยชน์ในการขจัดคราบได้ค่ะ

ตรวจเช็คระบบไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไฟฟ้ารั่วและไฟฟ้าลัดวงจร

IMG_1518

อัคคีภัย สามารถเกิดได้โดยที่ท่านไม่รู้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสาเหตุเพลิงไหม้มาจาก “ไฟฟ้าลัดวงจร” ดังนั้น เราจึงควรทำการตรวจระบบไฟฟ้าภายในบ้านอย่างสม่ำเสมอว่าขณะเราใช้ไฟฟ้าเกินกำลังหรือไม่ สายไฟ ปลั๊กไฟ หรือเต้ารับเสื่อมสภาพหรือเปล่า ด้วยวิธีการง่ายๆ ดังนี้

1.ตรวจสอบสายไฟ ท่านควรตรวจสอบฉนวนหุ้มสายไฟ ดูว่าชำรุดหรือไม่ หากฉนวนหุ้มสายไฟมีลักษณะขุ่น เหลือง กรอบแตก ก็ควรรีบทำการเปลี่ยนสายไฟ เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่ว

2.ตรวจสอบเต้ารับและเต้าเสียบ เมื่อท่านใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้า ให้ท่านทำการตรวจสอบให้แน่ใจว่าเต้าเสียบได้เสียบแน่นสนิทดีกับเต้ารับ เพราะถ้าหากเสียบไม่แน่น จะทำให้ตรงบริเวณขาเต้าเสียบเกิดความร้อนที่สูงขึ้นกว่าเท่าตัว อาจทำให้เกิดอันตรายได้ และเพิ่อความปลอดภัยในการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น ท่านควรใช้เต้ารับและเต้าเสียบที่มี 3 ขา เพื่อถ่ายไฟที่รั่วลงสายดิน

3.ตรวจสอบสภาพจุดเดินสายไฟ ว่าวางตำแหน่งได้เหมาะสมหรือไม่ หากสายไฟอยู่ใกล้หน้าต่าง ควรระมัดระวังในเรื่องน้ำฝนที่สาดเข้ามา เพราะน้ำเป็นตัวนำกระแสไฟฟ้าที่ดี นอกจากนี้การเดินสายไฟ ไม่ควรอยู่ใกล้ที่ที่มีความร้อนสูง เช่น แสงแดด ไอร้อนจากตู้เย็น เขม่าควันจากการทำอาหาร เป็นต้น