Blog

วิธีใช้แอร์อย่างเย็นใจ แถมช่วยประหยัดค่าไฟได้อีกด้วย

หน้าฝนแล้วก็จริง แต่ดูเหมือนว่าเรายังก้าวข้ามผ่านหน้าร้อนไปไม่ได้เลย ก็แหม ไม่ว่าจะเช้า กลางวัน เย็น หรือดึก มันก็ร้อนอบอ้าวซะจริง และแน่นอนว่า ตัวช่วยของเราในครั้งนี้ ก็คือ แอร์ หรือเครื่องปรับอากาศนั่นเอง

แต่ยิ่งเปิดมาก เปิดบ่อยเท่าไร ค่าไฟก็สูงขึ้นจนไม่อยากจะคิด แต่… ไม่เปิดก็ไม่ไหวจริงไหมล่ะ ฉะนั้น วันนี้ rabbit finance จึงมีวิธีใช้แอร์อย่างเย็นใจ แถมช่วยประหยัดค่าไฟมาฝาก

9 วิธีใช้แอร์อย่างเย็นใจ แถมช่วยประหยัดค่าไฟได้อีกด้วย

 

  • ล้างแอร์ปีละ 2 ครั้ง
    คุณควรมีการถอดล้างภายในเครื่องปรับอากาศโดยช่างผู้ชำนาญงาน เพื่อให้แอร์ทำงานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งการทำแบบนี้จะช่วยยืดอายุการใช้งาน และประหยัดค่าไฟฟ้าได้ค่ะ
  • กันร้อนให้คอมเพรสเซอร์
    คุณควรติดตั้งคอมเพรสเซอร์ไว้ในร่ม และมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก หรือจะวางกระถางต้นไม้ไว้ใกล้ๆ เพื่อช่วยบังแดดก็ได้ อีกทั้ง คุณควรตั้งคอมเพรสเซอร์แอร์ให้ห่างจากผนังอย่างน้อย 15 เซนติเมตรด้วย เพื่อให้คอมเพรสเซอร์ระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าไฟได้ประมาณ 15-20 % เลยทีเดียว
  • ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไว้ที่ 26-27 องศาเซลเซียส
    คุณควรตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไว้ที่ 26-27 องศาเซลเซียส พร้อมกับเปิดพัดลมตัวเล็กๆ ให้มีลมพัดผ่านร่างกาย เพียงเท่านี้คุณก็สามารถรู้สึกเย็น แถมยังประหยัดไฟได้ถึง 10-30% เลยล่ะ
  • ไม่นำความชื้นเข้าห้อง
    สำหรับเมืองไทยพลังงานที่ใช้ในการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศนั้นมีแค่ 30 % เท่านั้น ส่วนที่เหลืออีก 70 % เป็นการใช้เพื่อทำให้อากาศในห้องนั้นแห้งลง ดังนั้นหากต้องการให้แอร์ทำงานน้อย ก็อย่าเอาของที่มีความชื้นเข้าไปไว้ในห้องที่ปรับอากาศ เช่น กระถางต้นไม้ การตากผ้า หรือทำบานเกล็ดระบายอากาศของประตูห้องน้ำในห้อง

  • หลีกเลี่ยงการนำเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องครัว หรือภาชนะที่มีผิวหน้าร้อนจัดเข้าห้อง
    อาทิ เตาไฟฟ้า กระทะร้อน หม้อต้มน้ำ หม้อต้มสุกี้ แต่ควรปรุงอาหารเหล่านั้นให้เสร็จจากด้านนอกก่อนนำเข้าไปในห้องที่ปรับอากาศ หรือแม้กระทั่งการยกอาหารร้อนๆ เข้าไปทานในห้องแอร์ เพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มความร้อนภายในห้อง ซึ่งเป็นสาเหตุให้แอร์ทำงานหนักเกินไป
  • ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท
    คุณควรปิดประตู หรือหน้าต่างให้สนิทขณะเปิดแอร์ เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศร้อนชื้นจากภายนอกเข้ามา ทำให้เครื่องต้องทำงานหนักขึ้น
  • ถ่ายเทความร้อน
    ช่วงเวลาที่ไม่ได้ใช้ห้อง หรือก่อนเปิดแอร์สักประมาณ 15 นาที คุณควรเปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศบริสุทธิ์ภายนอกเข้าไปแทนที่อากาศภายในห้อง ซึ่งการทำเช่นนี้จะช่วยลดกลิ่นต่างๆ ให้น้อยลงได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดพัดลมระบายอากาศ ซึ่งจะทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้น
  • ปิดก่อนออก
    คุณควรปิดแอร์ก่อนออกจากห้องอย่างน้อย 30 นาที – 1 ชั่วโมง เพราะยังมีความเย็นหลงเหลืออยู่ โดยการปิดแอร์ขนาด 12,000 บีทียู เร็วขึ้นวันละ 1 ชั่วโมง 1 ล้านเครื่อง จะประหยัดไฟให้ประเทศได้เดือนละ 52.50 ล้านบาท หรือ 630 ล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว
  • เปิดแอร์เท่าที่จำเป็น
    คุณควรเลือกเปิดแอร์เฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น เช่น ใช้แอร์เฉพาะในห้องนอน เป็นต้น แน่นอนว่า มันจะช่วยลดค่าไฟไปได้มากเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม การตกแต่งบ้าน หรือการออกแบบบ้านให้เอื้ออำนวยต่อสภาพอากาศเมืองไทย ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ช่วยลดค่าไฟในบ้านได้ค่ะ

ทำความรู้จักกับ “อิฐ” ก่อนแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ (Loft-Style)

อย่างที่ทราบกันดีว่า ในปัจจุบันผู้คนเริ่มหันมานิยมการตกแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์กันมากขึ้น ซึ่งการตกแต่งบ้านในสไตล์ลอฟท์นั้นเป็นการตกแต่งบ้านโดยเผยผิววัสดุที่เป็นอิฐ เป็นการเผยความดิบเท่ห์ให้กับตัวบ้าน อีกทั้งยังช่วยมอบสัมผัสที่เป็นธรรมชาติ แถมยังช่วยสร้างมิติให้พื้นที่ภายในบ้านอีกด้วย

แต่ก่อนอื่น เราต้องมาทำความรู้จักกับอิฐแต่ละประเภทกันก่อน ว่ามีรูปแบบลักษณะอย่างไรบ้าง และเหมาะกับการใช้งานแบบไหน

คนส่วนใหญ่มักคิดว่าอิฐมีเพียงประเภทเดียวเท่านั้น คือ อิฐสีส้มแดงที่เห็นกันอยู่ตามไซต์งานก่อสร้าง แต่ความจริงแล้ว วัสดุประเภทอิฐมีอยู่หลากหลายชนิดมาก และในส่วนของคุณภาพก็จะแตกต่างกันออกไปตามส่วนประกอบของวัสดุที่ใช้ในการทำอิฐ

ซึ่งอิฐส่วนใหญ่ที่นิยมใช้ในการสร้าง หรือตกแต่งบ้านนั้น สามารถแบ่งออกได้ 6 ประเภท ดังนี้

  • อิฐมอญ

อิฐมอญ มีลักษณะเป็นอิฐสีส้มแดง ทำจากดินเหนียวผสมแกลบ จึงนิยมเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า อิฐดินเผา ซึ่งในส่วนของขนาด และสัดส่วนจะขึ้นอยู่กับขั้นตอนการผลิตของแหล่งผลิตนั้นๆ โดยอาจมีทั้งรูปแบบที่เป็นอิฐก้อนตัน และอิฐที่มีรูตรงกลาง

  • อิฐขาว 

อิฐขาว คือ อิฐที่ทำจากปูนขาวผสมทราย ซึ่งในปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีทันสมัยในการผลิตมากขึ้น โดยผลิตด้วยเครื่องจักรที่มีความดัน พร้อมอบด้วยความร้อนสูง

จึงทำให้อิฐมีความหนาแน่นมากกว่าอิฐมอญ และอิฐบล็อก อีกทั้งยังมีความแข็งแรงทนทาน แถมยังช่วยป้องกันความร้อน ทนไฟ ไม่ดูดซึมน้ำ และมีน้ำหนักเบาอีกด้วย

  • อิฐบล็อก

อิฐบล็อก คือ อิฐที่ทำจากปูนซีเมนต์และทราย นิยมนำมาใช้เพื่องานก่อสร้างเช่นเดียวกับอิฐมอญ ซึ่งอิฐชนิดนี้เหมาะสำหรับงานที่ควบคุมค่าใช้จ่าย เพราะราคาถูก และสามารถสร้างบ้านได้เร็วกว่า แต่ในส่วนของความแข็งแรงทนทานอาจไม่เท่าอิฐมอญ เพราะมีรูพรุนมากกว่านั่นเอง

  • คอนกรีตบล็อก

คอนกรีตบล็อก ผลิตจากปูนซีเมนต์ หิน และทราย โดยจะมีทั้งชนิดที่รับน้ำหนักได้ และรับน้ำหนักไม่ได้ ซึ่งคอนกรีตบล็อกนี้เป็นที่นิยมมากเนื่องจากราคาถูก และหาซื้อได้ง่าย อีกทั้งยังสามารถทำงานได้เร็ว เพราะมีขนาดก้อนใหญ่กว่าอิฐมอญ นิยมนำมาใช้ตกแต่งบ้านในบริเวณพื้น และทางเข้าบ้าน

  • อิฐมวลเบา

อิฐมวลเบา เป็นอิฐที่ได้รับการคิดค้นขึ้นมาใหม่ โดยผลิตจากปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ผสมกับทราย ปูนขาว ยิปซัม น้ำ และสารกระจายฟองอากาศ

และด้วยกระบวนการผลิตที่ทันสมัยนั้น จึงทำให้อิฐแต่ละก้อนมีขนาดมาตรฐานที่เท่ากัน มีน้ำหนักเบา ช่วยลดการรับน้ำหนักของโครงสร้างได้ดี อีกทั้ง ยังสามารทนไฟ พร้อมป้องกันความร้อน และเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

  • อิฐประดับ

Thx pic : ruamcementonline.com

อิฐประดับ ผลิตจากหินเกร็ด กรวด ทรายซิลิการ์ และซีเมนต์ ซึ่งเป็นอิฐที่สามารถใช้เป็นฉนวนกันความร้อน และเก็บเสียงได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง ยังช่วยมอบความสวยงาม เพราะมีลวดลาย และขนาดให้เลือกอย่างหลากหลายตามความต้องการ

อย่างไรก็ตาม การเลือกอิฐมาใช้กับการตกแต่งบ้านนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบ ความพึงพอใจของเจ้าของบ้าน สถาปนิก และวิศวกรที่ได้ประเมินร่วมกันแล้วว่า บ้านคุณควรใช้อิฐแบบไหนถึงจะดี ?

 

 

วิธีดูแลรักษาบ้านให้แข็งแรงทนทาน อยู่ได้นานแสนนาน

บ้าน เปรียบเสมือนแหล่งรวมความสุข เพราะเป็นสถานที่ที่เราใช้สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่รวบรวมคนที่เรารัก และรักเราเอาไว้อีกด้วย

ซึ่งถ้าคุณต้องการให้บ้านของคุณมีสภาพดี แข็งแรง ทนทาน ไม่ทรุดโทรม เพื่อให้คุณสามารถใช้ชีวิตกับคนที่คุณรักได้อย่างยาวนาน คุณก็ต้องบำรุงรักษาบ้านอยู่เสมอ

วันนี้ rabbit finance จึงมีวิธีดูแลรักษาบ้านให้แข็งแรง ทนทาน อยู่ได้นานแสนนานมาฝากกันค่ะ

10 วิธีดูแลรักษาบ้านให้แข็งแรงทนทาน อยู่ได้นานแสนนาน

  • ตรวจสอบการรั่วซึมของหลังคาบ้าน

หากคุณพบเจอการรั่วซึมของหลังคาบ้าน คุณต้องรีบแก้ไขทันที โดยการปูกระเบื้องมุงหลังคาที่แตก และเปลี่ยนฝ้าใหม่ มิเช่นนั้นแล้ว ฝ้าเพดานจะเกิดคราบเลอะ เป็นรอยตะไคร่น้ำ ทำให้ได้รับความเสียหาย และยังทำให้ข้าวของภายในบ้านเปียกอีกด้วย

  • พื้นกระเบื้องไม่ควรมีน้ำขัง

หากพื้นกระเบื้องมีน้ำขัง ก็จะมีตะไคร่มาจับบริเวณพื้นกระเบื้อง ทำให้ลื่นหกล้มได้ง่าย ดังนั้นคุณจึงควรขัด และเช็ดน้ำให้แห้ง เพื่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยทุกคนนะคะ

  • ไม่ควรทิ้งขยะลงไปในท่อ

คุณไม่ควรทิ้งขยะลงในท่อระบายน้ำ เพราะอาจทำให้ท่ออุดตันจนไม่สามารถระบายน้ำได้ และแน่นอนว่าคุณต้องมานั่งเสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมอีกด้วย

  • ดูแลสวน และต้นไม้ไม่ให้รก

คุณควรดูแลสวน ดูแลต้นไม้ ตัดแต่งกิ่งหญ้าให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ให้รกรุงรัง ก็จะเป็นแหล่งอาศัยชั้นดีของสัตว์มีพิษจำพวก งู ตะขาบได้ อีกทั้งยังควรรดน้ำต้นไม้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ต้นไม้งาม ไม่แห้งเหี่ยว และตายไป

อาทิ ทำความสะอาดรีโมท ที่จับประตู ฟองน้ำล้างจาน โทรศัพท์ เมาส์ คีย์บอร์ด ตู้เย็น อ่างล้างจาน พรมปูพื้น เปลี่ยนเครื่องนอน ซัก หรือนำไปตากแดด เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย

  • หมั่นเช็คระบบไฟฟ้า ปลั๊ก สายไฟว่ามีรอยชำรุดเสียหายหรือไม่

คุณควรหมั่นสังเกตตรวจสอบสายไฟ ปลั๊กไฟ หลอดไฟ และหากพบว่ามีการชำรุด คุณก็ควรเปลี่ยนใหม่ให้มีสภาพพร้อมใช้งาน เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายจากไฟฟ้ารัดวงจร ไฟช็อต ไฟรั่ว หรือเพลิงไหม้

  • หมั่นทำความสะอาดห้องน้ำอยู่เป็นประจำ

ห้องน้ำ คือ แหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดี ไม่ว่าจะเป็นฝักบัวอาบน้ำ โถสุขภัณฑ์ ม่านกันเปียก แปรงสีฟัน อ่างล้างหน้า ลูกบิดที่จับประตู เป็นต้น ฉะนั้น คุณจึงควรดูแลห้องน้ำให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ที่จะส่งผลต่อสุขภาพผู้อยู่อาศัย

  • เลือกผลิตภัณฑ์ดูแลบ้านที่มีคุณภาพ

คุณควรเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลบ้านที่มีคุณภาพ สภาพดี พร้อมใช้งาน และควรมีให้ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นไม้ถูพื้น ไม้กวาด ผ้าเช็ดทำความสะอาด ถังขยะ ที่ตักผง ที่ปัดฝุ่น เครื่องดูดฝุ่น น้ำยาถูพื้น(ควรมียาฆ่าเชื้อแบคทีเรียด้วย) น้ำยาเช็ดกระจก น้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ เป็นต้น

เพราะเมื่อคุณมีอุปกรณ์ที่ดี และครบถ้วนแล้ว ก็จะทำให้คุณอยากทำความสะอาดบ้านยังไงล่ะ

  • หมั่นดูแลสี และความเสียหายของบ้าน

คุณควรหมั่นตรวจสอบตัวบ้านอยู่เสมอ และหากคุณพบว่าสีผนังอาคารเกิดฝุ่นคล้ายแป้ง นั่นแสดงให้เห็นว่าสีเริ่มเกิดการเสื่อมสภาพแล้ว ยิ่งมีรอยร้าว สีลอกเป็นแผ่นๆ คุณควรให้ช่างมาดูแล ซ่อมแซม อุดรอย ทาสี ขัดเงา ทาเคลือบป้องกันปลวกให้เรียบร้อย เพื่อให้บ้านคงสภาพดีดังเดิมนะคะ

  • บ้านที่มีถังบำบัดสำเร็จรูปใต้ดิน ควรสูบตะกอนทุก 2 ปี

ถังบำบัดสำเร็จรูปใต้ดิน ควรสูบตะกอนออกทุก 2 ปี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และรักษามาตรฐานการใช้งานถังบำบัดไว้ และควรเติมจุลินทรีย์ธรรมชาติ หรือผงจุลินทรีย์ผสมน้ำลงในถังทุกๆ เดือนเพื่อให้แบคทีเรียย่อยสลายเองด้วย

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเงินทองจะเป็นของนอกกาย ไม่ตายก็หาใหม่ได้ แต่กว่าจะเก็บเงินซื้อบ้านได้สักหลังนี่ทำงานหาเงินสายตัวแทบขาด จริงไหมล่ะคะ

ดังนั้น คุณจึงควรหมั่นดูแลบ้านของคุณให้เป็นอย่างดี เพื่อให้บ้านแข็งแรง ทนทาน อยู่เคียงข้างครอบครัวคุณไปอีกหลายต่อหลายรุ่นเลย

 

 

บริการใหม่ สำหรับคนรักรถโดยเฉพาะ

บริการดี ๆ ที่คนรักรถห้ามพลาด 💓

       บริการล้างรถ ดูดฝุ่น เคลือบสี เคลือบล้อ จะบริการไหน ๆ Fixzy ก็จัดให้ได้ นอกจากนี้ยังมีบริการใหม่ ! เอาใจคุณลูกค้า กับบริการ “เคลือบกระจกรถ” รับรองว่างานนี้เหมือนได้รถใหม่ กระจกใส ๆ ไร้ฝุ่นเกาะแน่นอน 👌

มาล้างรถกันเถอะ 🚗

และพิเศษสุดๆ ต้อนรับบริการใหม่

รับส่วนลดไปเลย 80 บาท!!

เพียงใส่รหัส “CARW80”

สามารถใช้ได้กับบริการ บริการล้างรถน้ำ-ไฟ จัดให้ถึงบ้านเท่านั้น

ใช้ได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 มี.ค 61

*ด่วน!!จำนวนจำกัด

ส่วนลดนี้สามารถใช้ได้กับบริการ บริการล้างรถน้ำ-ไฟ จัดให้ถึงบ้านเท่านั้น

ใช้ได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 มี.ค 61 แต่ให้ช่างเข้าให้บริการได้ถึงวันที่ 5 เม.ย 61

สนใจบริการล้างรถ คลิก!! >> http://bit.ly/2lW3957 

รายละเอียดเงื่อนไข

  1. สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับบริการต่างๆ เพิ่มเติมได้ในแอปฯ Fixzy หรือ www.fixzy.net
  2. สิทธิพิเศษนี้ ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
  3. ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนด เงื่อนไข ระยะเวลา สิทธิประโยชน์ต่างๆ โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า กรณีที่มีข้อพิพาทหรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ ให้ถือคำตัดสินของบริษัทฯเป็นที่สิ้นสุด
  4. สามารถนำ Code นี้ไปกดเพื่อรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 22 – 31 มี.ค 61 และนัดวันเข้ารับบริการได้ภายในวันที่ 31 มี.ค 61  นี้เท่านั้น
  5. สามารถใช้สิทธิ์ได้ 1 คน /1 สิทธิ์ เท่านั้น
  6. ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับโปรโมชันเพิ่มเติมโดยตรงที่ โทร.02-732-3638 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.30-18.30 น. หรือ แอดLine : @fixzy

เคล็ดไม่ลับ ฉบับDIY น้ำยาขจัดคราบ สะอาดง่ายๆ ทำเองได้

1.เบกกิ้งโซดา + น้ำส้มสายชู
เป็นส่วนผสมที่หาได้ไม่ยาก และสามารถหยิบมาใช้ได้หลายสถานการณ์ ทั้งใช้ทำความสะอาดคราบเลอะบนที่นอน รอยดำที่หน้าเตารีด และไมโครเวฟ โดยไม่ต้องออกแรงขัดก็ได้อีกด้วยนะ เพียงผสมเบกกิ้งโซดา กับน้ำส้มสายชูในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน และคนให้เข้ากันเป็นเนื้อครีมก่อนที่นำไปเช็ดทำความสะอาด เท่านี้ของใช้ก็จะสะอาดวับเหมือนใหม่

2.เบกกิ้งโซดา +น้ำส้มสายชู + สบู่เหลว
สูตรถนอมพื้นผิวห้องน้ำ ที่มีพวกคราบจุดราดำ โดยที่ไม่ต้องใช้ส่วนผสมของสารเคมีที่เข้มข้นที่อาจจะกัดยาแนวให้สึกกร่อน เพียงใช้เบกกิ้งโซดา กับน้ำส้มสายชู เพิ่มเติมด้วยสบู่เหลว ในปริมาณที่เท่ากันข้นให้เข้าที่ แล้วเทราดบนคราบจุดราดำที่เปียก ขัดด้วยแปรงอีกนิดหน่อย พื้นที่เคยเป็นคราบจุดราดำก็จะขาวสะอาด และไม่ทำให้พื้นผิวในห้องน้ำเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

3.เบกกิ้งโซดา + น้ำยาล้างจาน + แอลกอฮอล์
เป็นสูตรเด็ดประจำแม่บ้านที่ต้องเจอคราบเลอะฝังลึกลงเสื้อผ้าตัวโปรด โดยใช้เบกกิ้งโซดา 6 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำยาล้างจาน 8 ช้อนโต๊ะ หลังจากคนให้เข้ากันแล้วก็ค่อย ๆ แล้วค่อยเติมแอลกอฮอล์ไป 8 ช้อนโต๊ะ เมื่อเจอคราบบนเสื้อผ้าก็ใช้น้ำยาสูตรนี้ป้ายลงบนคราบ และทิ้งไว้อย่างน้อย 15 นาทีก่อนที่จะนำไปซักตามปกติ คราบนั้นก็จะหายไป

4.น้ำส้มสายชู + น้ำเปล่า
สูตรนี้เหมาะกับตะกอนต่างๆไปอุดตันตามก็อกน้ำ ฝักบัว และสายยาง ทำให้น้ำไหลเบา หรือมีตะกอนไหลออกมาตามท่อ วิธีทำความสะอาดก็แค่นำน้ำเปล่าผสมน้ำส้มสายชูใส่ถุงพลาสติก แล้วก็นำมามัดปากถุงแช่ไว้กับวัสดุที่ต้องการทำความสะอาด และแช่ค้างคืนไว้ ต่อมาก็ล้างน้ำเปล่าให้สะอาดคราบตะกอนที่ค้างไว้ก็จะหลุดออกแค่นี้ก็ใช้งานได้ปกติแล้ว

5.มะนาว + เกลือ
หลังจากจัดการกับคราบเลอะต่างๆแล้ว ยังมีคราบสะสมที่อาจเกิดขึ้นได้โดยที่เราไม่รู้ตัว ก็คือคราบเหลืองที่อยู่ตรงปกคอเสื้อ และคราบเชื้อราบนผ้าขนหนู หรือผ้าที่มีกลิ่นอับชื้น โดยสามารถใช้น้ำมะนาวผสมกับน้ำเปล่าในการซักคราบเหลืองที่ปกคอเสื้อ และเพิ่มเกลือเข้าไป ป้ายบนผ้าที่มีรอยดำจากเชื้อราก่อนที่จะนำไปซักก็เป็นอันเสร็จ  : )

หรือง่ายๆเรียกแม่บ้านมือโปรกับ Fixzy นะคะ
http://bit.ly/2EGS3bI

สนใจแจ้งหาช่างซ่อมแซม ติดตั้ง หรืองานบำรุงรักษาบ้าน
ผ่าน Fixzyได้ 3 ช่องทางนะคะ Fixzyได้ที่
App Store : http://apple.co/2eZWipM
Play Store : http://bit.ly/2eTkbw8
Website :www.fixzy.net
Line : http://bit.ly/2eLA0rd

8 ไอเดียแต่งบ้าน เรียกทรัพย์ รับตรุษจีน

อีกไม่กี่วันนี้ก็จะถึงวันตรุษจีน วันที่เหล่าอาตี๋ อาหมวยต่างรอคอยพร้อมก้าวเข้าสู่ปีใหม่(ของจีน)ในทุกๆปีก่อนวันตรุษจีน จะมีการจัดบ้านทำความสะอาดเพื่อปัดกวาดความโชคร้าย และการแต่งบ้านยังถือว่าเป็นการต้อนรับสิ่งดีๆ ที่กำลังจะเข้ามาในชีวิตอีกด้วย  ตรุษจีนนี้ เราจึงแนะนำ 8 ไอเดียการตกแต่งบ้านเรียกทรัพย์ รับตรุษจีน ไปดูกันเลยค่ะว่ามีอะไรบ้าง

  • เลือกของตกแต่งบ้านด้วยโทนสีแดงสด
    เพราะชาวจีนเชื่อกันว่า สีแดง เป็นสีแห่งโชคลาถ และเป็นสีสิริมงคล แสดงให้เห็นถึง อำนาจบารมี ความกล้าหาญ ความรัก ฯลฯ จึงไม่แปลกเลยที่จะเห็นชาวจีนตกแต่งบ้านเป็นสีแดง
    .
  • กระดาษฟู่เสริมความมั่งมี
    กระดาษสีแดงเขียนด้วยตัวอักษรจีนเป็นคำว่า ฟู (福) เป็นรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด นิยมนำไปตกแต่งเหนือประตูบ้าน และต้องติดกลับหัว เพราะที่ต้องติดในลักษณะนี้ก็เพื่อเรียกโชคลาภและความสุขมาให้กับคนในบ้าน
  • โคมไฟขับไล่สิ่งชั่วร้าย
    การติดโคมไฟสีแดง หรือโคมไฟกระดาษ มักจะเป็นของตกแต่งที่สำคัญๆเกือบทุกเทศกาล เพราะชาวจีนมีความเชื่อว่า โคมไฟสีแดงจะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้าบ้าน ดังนั้นชาวจีนจึงนิยมประดับโคมไฟสีแดงไว้ที่หน้าบ้าน หรือหน้าประตูเข้า-ออก เพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้ามาทำร้ายคนในบ้าน
  • เทียน
    การตกแต่งบ้านด้วยเทียน นอกจากจะช่วยนำพลังงานบวกเข้าสู่บ้านของคุณ หากเพิ่มเติมด้วยเทียนที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆก็จะช่วยเรื่องการผ่อนคลาย การเลือกสีของเทียน ก็ส่งผลด้วยเช่นกัน เช่น เทียนสีฟ้า จะให้ความสงบมาสู่บ้าน, เทียนสีเหลือง ช่วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น, และเทียนสีแดง จะช่วยเพิ่มพลังงานให้คนในบ้าน
    .
  • ภาพมงคล
    ชาวจีนในสมัยก่อน ได้มีการตีความจากธรรมชาติ และพฤติกรรมของสัตว์เพื่อนำมาแปลงเป็นตัวอักษร และวาดภาพเหล่านั้น เพื่อสื่อความหมายเป็นนัยโดยมีเรื่องราวประกอบ และภาพส่วนใหญ่ชาวจีนนิยมนำมาประดับเพื่อความเป็นมงคล และภาพที่ได้รับความนิยม โดยส่วนใหญ่จะเป็นรูปที่สื่อถึงดังนี้  ความสมบูรณ์  (เช่น รูปเด็กที่อ้วนท้วน หรือรูปผลไม้มากมาย)  ความก้าวหน้า ( เช่น รูปปลาคราฟว่ายทวนน้ำ และรูปม้าหนุ่ม8 ตัวที่กำลังวิ่ง)  เงินทอง ( เช่น รูปปลาทอง และ รูปนกยูง)
    .
  • ผลไม้ (มะปราง หรือ ส้มจีน)
    บ้านไหนที่มีอาหาร หรือ ผลไม้บนโต๊ะอาหาร ถือว่าบ้านนั้นอุดมสมบูรณ์ไม่อดยาก และการเลือก มะปราง หรือ ส้มจีนในเทศกาลตรุษจีน ถือเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง ความสำเร็จ อุดมสมบูรณ์พูนสุข เพื่อความเป็นสิริมงคล การนำผลไม้มาจัดวางที่โต๊ะอาหาร เป็นนัยว่า จะทำให้มั่งมี
  • การตกแต่งห้องครัว
    ในเทศกาลนี้ก็จะเน้นที่ ถ้วย ชาม ช้อน ส้อม ที่เป็นสีแดง สีทองหรือสีขาว เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคลนอกจากนี้ควรวางผลไม้ไว้ตรงกลางโต๊ะทานอาหาร เพิ่อเพิ่มสีสันที่สดใสจะนำความสุขและโชคดีให้กับครอบครัว
    .

การจัดห้องห้องนอน
ควรทำห้องให้สะอาดสะอ้าน และปลอดโปร่ง ไม่แนะนำให้วางไว้ของเหนือกระจกในห้องนอน หรือวางให้น้อยที่สุด เพราะมีความเชื่อว่า การวางของไว้เหนือกระจกบนห้องนอนจะนำความเหนื่อยยาก หรืออุปสรรคมาให้เข้ามาให้ชีวิตได้

.

หากตรุษจีนนี้ ไม่มีคนช่วยทำความสะอาด เรียกแม่บ้านมือโปรกับ Fixzy นะคะ http://bit.ly/2EGS3bI

หรือสนใจแจ้งหาช่างซ่อมแซม ติดตั้ง หรืองานบำรุงรักษาบ้าน
ผ่าน Fixzyได้ 3 ช่องทางนะคะ Fixzyได้ที่
App Store : http://apple.co/2eZWipM
Play Store : http://bit.ly/2eTkbw8
Website :www.fixzy.net
Line : http://bit.ly/2eLA0rd

“เริ่มต้นปีให้สบายใจ เรื่องบ้านให้ Fixzy ดูแล”

ปาร์ตี้ปลายปี หยุดยาว กลับมารีบเคลียร์งานอีก Fixzy ขอเสนอบริการที่ทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น ในช่วงปีใหม่นี้

เพื่อนมาฉลองเต็มบ้าน แอร์ไม่เย็นทำไงดี เรียกช่างแอร์ Fixzy ตรวจสอบสภาพ หรือล้างแอร์ให้สะอาดพร้อม Party ได้
โปรล้างแอร์ติดผนังระดับพรีเมี่ยมด้วยน้ำยาขจัดคราบ 590.- http://bit.ly/2AvTSuz
โปรโมชันล้างแอร์ติดผนัง 450.- http://bit.ly/2C3ZPMe

จะเสียบปลั๊กเปิดเพลง ก็ดันเสีย หรือสายไฟเจ้ากรรม ก็ดันมาขาดเอาซะตอนนี้ เรียก ช่างจาก Fixzy ซ่อมงานเล็กงานน้อย ทันใจแน่นอน
บริการงานเล็กงานน้อย 350.- http://bit.ly/2BcTFMm

Party กันสุดเหวี่ยงตื่นมาเห็นสภาพบ้านแล้วลมแทบจับ ไม่ต้องเครียดไป เรียกแม่บ้านจาก Fixzy ไปเก็บบ้านให้ หมดปัญหา นอนต่อได้
แม่บ้านมือโปรพร้อมอุปกรณ์ทำความสะอาด 2 ชั่วโมง 500 .- http://bit.ly/2BDHc4L

นานๆ จะซักที่นอนสักที ฝุ่นนี่พรึ่บ เพื่อนจะนอนได้มั้ยนะ แต่ไม่ต้องห่วง เรียกช่าง Fixzy กำจัดไรฝุ่น ปราศจากเชื้อโรคร้ายๆ ได้ 100%
กำจัดไรฝุ่นที่นอน โซฟา เพื่อสุขภาพที่ดี 1,190.- http://bit.ly/2z2ovW4

พื้นลามิเนตวัสดุยอดฮิตสำหรับบ้านในยุคนี้

          ปัจจุบันพื้นไม้ลามิเนตเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมใช้งานอย่างมากในบ้านสมัยใหม่ เนื่องจากติดตั้งง่าย มีให้เลือกหลากหลาย สวยงามและคงทน ซึ่งไม้ลามิเนตนั้นเป็นไม้สำเร็จรูปที่อัดแน่นรวมกันเป็นแผ่นมีผิวเหมือนไม้จริง เหมาะกับการใช้ปูพื้นบ้าน คอนโด  สำนักงาน อีกทั้งยังมีคุณสมบัติเด่นๆ เหมาะแก่การเลือกไปใช้งานดังนี้

     1. พื้นลามิเนตมีลวดลายและเฉดสีมากมายหลากหลายให้เลือกใช้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน

     2. มีหลากหลายราคาให้เลือก ตั้งแต่ถูกไปจนถึงแพง

     3. พื้นลามิเนตดูแลรักษาง่าย หากเกิดชำรุดเสียหายสามารถเลือกเปลี่ยนแผ่นไม้เฉพาะจุดได้

     4. ทำความสะอาดง่าย ใช้เครื่องดูดฝุ่นหรือผ้าบิดน้ำหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดก็เพียงพอแล้วค่ะ

     5. ผิวของพื้นไม่ทำให้ลื่นล้ม เหมาะมาก สำหรับบ้านที่มีเด็กและผู้สูงอายุ

     6. เนื่องจากพื้นไม้ลามิเนตมีสารเคลือบกันลอยขีดข่วน ทำให้ทนทานต่อการเกิดรอยขีดข่วน

                   และเพื่อให้ผู้ใช้ทุกท่านสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม เราก็มี “ข้อควรระวังในการใช้งาน” มาฝากกัน ดังนี้ค่ะ

      1. พื้นที่ติดตั้งไม้ลามิเนตต้องได้ระดับ พื้นต้องเรียบไม่เป็นคลื่น ไม่เช่นนั้นแล้วอาจทำให้เกิดเสียงเวลาเดินได้

      2. พื้นไม้ลามิเนตนั้นไม่ชอบความชื้นหากปล่อยให้พื้นได้รับความชื้นบ่อยๆ จะทำให้พื้นบวมพองนะคะ

      3. หลีกเลี่ยงการติดตั้งพื้นไม้ลามิเนตบริเวณที่มีแสงแดดส่องเพราะจะทำให้สีของพื้นซีดจาง

      4. หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาทำความสะอาดพื้นที่มีฤทธิ์กัดกร่อน เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายแบบถาวรกับพื้นไม้ได้ค่ะ

          จากคุณสมบัติที่กล่าวมาข้างต้นนั้นหากใครที่กำลังมองหาวัสดุปูพื้นอยู่ พื้นไม้ลามิเนตก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะ การดูแลรักษาก็ไม่ยากอย่างที่คิด และสำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปเลือกชมไม้ลามิเนตจากร้าน PANTHERA ได้ที่ >> “PANTHERA” นะคะ  เพราะร้านนี้เค้าคัดสรรวัสดุชั้นดี ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน EUROPEAN STANDARD ทำให้ไม้จากร้าน PANTHERA เป็นพื้นไม้ลามิเนตคุณภาพสูงที่มีความทนทาน ได้มาตรฐานสากลค่ะ

Fixzy ยกระดับมาตรฐานการให้บริการ สู่ Version 4.0

               ช่วงปีที่ผ่านมารัฐบาลมีนโยบายผลักดันประเทศให้ก้าวเข้าสู่ยุค Thailand 4.0 ซึ่งเป็นยุคที่นวัตกรรมจะเข้ามาเป็นแรงขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจเติบโต ก้าวไปสูความมั่นคงและมั่งคั่งมากยิ่งขึ้น  ซึ่ง Fixzy เองได้มีการพัฒนานวัตกรรมอยู่ตลอดเวลาเพื่อยกระดับงานบริการของช่างและผู้ให้บริการเกี่ยวกับบ้าน

               และในปีนี้ถือเป็นปีที่สำคัญอีกปีหนึ่งของเราที่จะผลักดันนวัตกรรมยกระดับมาตรฐานบริการและ Platform ให้ก้าวจาก Fixzy Version 3.0 ไปยัง Fixzy Version 4.0 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

               เมื่อ 2 ปีที่แล้ว Fixzy ได้เปิดให้บริการ โดย Fixzy ตั้งใจเข้ามาแก้ปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับงานบริการเกี่ยวกับบ้าน ไม่ว่าจะเป็นช่องทางในการหาช่าง คุณภาพฝีมือ ราคา หรือความน่าเชื่อถือ Fixzy ได้ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มช่องทางในการหาช่างและพัฒนาการให้บริการทั้งในเรื่องระบบและการบริการของช่างอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้บริการมากที่สุด อีกทั้ง Fixzy ยังเข้ามาช่วยคัดกรองช่าง เพื่อยกระดับคุณภาพช่างไทย โดยการคัดสรรช่างก่อนเข้าสู่ระบบ มีการเก็บเอกสารช่าง ยืนยันตัวตน และตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อความปลอดภัยและเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าที่ใช้บริการช่างในระบบ   และนอกจากนี้ Fixzy ยังได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มช่องทางเพิ่มโอกาสในการรับงานของช่างทำให้ช่างมีรายได้ที่มากขึ้นอีกด้วย

Fixzy Version 4.0 จะทำอะไรบ้าง?

               หลังจาก Fixzy ได้เปิดให้บริการมากว่า  2 ปี และในปีนี้ เราพร้อมให้บริการ Version 4.0 แล้ว  โดยการยกระดับคุณภาพช่าง ผลักดันให้ช่างเกิดการพัฒนาฝีมือให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน เพิ่มทักษะแรงงานให้มีความรู้ความสามารถมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าที่ใช้บริการช่างในระบบของเรา อีกทั้งในปีนี้เราจะเข้ามามีบทบาทในวงการอสังหาริมทรัพย์มากขึ้นด้วยการพัฒนาบริการหลังการขายให้มีประสิทธิภาพ ให้ลูกบ้าน เจ้าของโครงการหมู่บ้าน และผู้ให้บริการเกี่ยวกับบ้าน รวมไปถึงนิติบุคคลต่างๆสามารถตอบสนองทุกความต้องการของกลุ่มผู้ผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น

               คุณรัชวุฒิ  พิชยาพันธ์ CEO ของ “Fixzy”   ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า…  “เราจะมุ่งมั่นสู่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้ด้วยความหวังที่ผมมั่นใจว่าระบบ Fixzy จะช่วยพัฒนาบริการหลังการขายซึ่งจะเป็นประโยชน์ให้กับลูกบ้าน เจ้าของโครงการหมู่บ้าน และผู้ให้บริการเกี่ยวกับบ้าน รวมไปถึงนิติบุคคลต่างๆ และ  Fixzy จะเป็นกุญแจดอกสำคัญในทุกๆ เรื่องของ Property Technology”