น้ำยาแอร์ R22 และ R32 ต่างกันอย่างไร ?

เครื่องปรับอากาศ

น้ำยาแอร์ R22 และ R32 ต่างกันอย่างไร ?

มีใครสงสัยกันบ้างมั๊ยเอ่ย…ว่าสารทำความเย็น R22 และ สารทำความเย็น R32 นั้น คืออะไร ? แล้วแตกต่างกันอย่างไร ? วันนี้  Fixzy ได้นำข้อมูลของสารทำความเย็น  R22 และ R32 มาไขข้อข้องใจให้เพื่อนๆ กันแล้วค่ะ

สารทำความเย็น R22 นั้นทุกคนคงจะรู้จัก และคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีเพราะ R22 เป็นสารทำความเย็นที่ใช้กันแพร่หลายในปัจจุบันสำหรับแอร์บ้านทั่วไป

สารทำความเย็น R32 คือ สารทำความเย็น หรือน้ำยาแอร์ เจเนอเรชันใหม่ที่ผลิตขึ้นเพื่อช่วยประหยัดพลังงาน ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม และเพื่อลดการปล่อยสาร CFC ที่ทำลายชั้นบรรยากาศ ตามนโยบายของกรมโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องการให้ยกเลิกการใช้สาร R22 แบบขั้นบันไดจนกระทั่งเป็นศูนย์ในปี 2573 ตามที่ไทยได้ลงนามสนธิสัญญาตามพิธีสารมอนทรีออล ที่กำหนดให้ประเทศสมาชิกต้องยกเลิกใช้สารดังกล่าว ซึ่งสารทำความเย็น R32 นี้ส่งผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนน้อยกว่าสารทำความเย็นปัจจุบัน R410A ถึง 3 เท่า  และยังให้ประสิทธิภาพการทำความเย็นมากกว่า R22 ถึง 60%

ข้อดีของการใช้สารทำความเย็น R22

  • สารทำความเย็น R22 จัดอยู่ในกลุ่ม A1  คือเป็นสารที่ไม่ติดไฟจึงปลอดภัยต่อการใช้งาน
  • สารทำความเย็น R22 มีคุณสมบัติไม่มีสีไม่มีกลิ่น จึงไม่ก่อให้กิดอันตรายต่อร่างกายมนุษย์

ข้อเสียของการใช้สารทำความเย็น R22

  • สารทำความเย็น R22 เป็นสารที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ถ้ารั่วสู่อากาศหากจำนวนไม่มากก็ไม่ค่อยเป็นอันตรายเท่าไหร่ แต่หากรั่วออกมาเป็นจำนวนมากจะก่อให้เกิดอันตรายต่อทางเดินหายใจ
  • มีค่าในการทำลายโอโซน
  • มีค่าก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจก

ข้อดีของการใช้สารทำความเย็น R32

  • มีค่า GWP ( Global Warming Potential) ที่ต่ำกว่า R410A
  • R32 ใช้สารทำความเย็นน้อยกว่ารุ่นเดียวกัน
  • ประหยัดพลังงานได้มากกว่า
  • จุดเดือดน้ำยาของ R32 ต่ำสุด ทำให้คอมเพลสเซอร์ทำงานเบาสุด ส่งผลให้ได้ค่าประสิทธิภาพการทำความเย็นดีกว่า และเย็นเร็วกว่า R410A และ R22
  • ราคาสารทำความเย็น ของ R32  ถูกกว่า R410 A

ข้อเสียของการใช้สารทำความเย็น R32

สารทำความเย็น R32 จัดอยู่ในกลุ่ม A2 ซึ่งมีคุณสมบัติติดไฟได้เล็กน้อยต่างจากสารทำความเย็นชนิดอื่นที่จัดอยู่ในกลุ่ม A1 ซึ่งไม่มีคุณสมบัติในการติดไฟ แต่การที่สารทำความเย็น R32 จะติดไฟได้นั้นจะต้องมีความเข้มข้นของตัวน้ำยาอยู่พอสมควรหากใช้น้ำยาในปริมาณที่น้อย ก็จะติดไฟน้อย เบื้องต้นจึงได้เริ่มใช้สารทำความเย็น R32 กับเครื่องปรับอากาศที่มีขนาดต่ำกว่า  24,000  BTU ก่อน

และเนื่องจากในปัจจุบันโลกได้มีการรณรงค์เรื่องการลดภาวะโลกร้อน จึงมีแนวโน้มสูงที่โลกจะมีการเปลี่ยนมาใช้สารทำความเย็น R32 เพราะสารทำความเย็น R32 จะช่วยลดความร้อนที่จะถูกปล่อยออกมาสู่บรรยากาศได้ดีกว่าสารทำความเย็นชนิดอื่นๆ ทำให้อัตราความร้อนที่จะทำให้โลกร้อนนั้นมีน้อยกว่าสารทำความเย็นชนิดอื่นๆด้วยเช่นกัน  นับว่าเป็นเรื่องดีอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียวนะคะหากการเปลี่ยนแปลงจะช่วยลดปัญหาโลกร้อนของเราได้

หากใครมีปัญหาเรื่องแอร์ ไม่ว่าจะเป็นแอร์ไม่เย็น เปิดไม่ติด น้ำหยดต้องการหาช่างไปช่วยซ่อมแอร์ Fixzy มีช่างแอร์มืออาชีพพร้อมให้บริการท่านอยู่นะคะ โดยสามารถ แจ้งปัญหาผ่าน Fixzyได้ 3 ช่องทาง ดังนี้

  1. ผ่านแอป ดาวน์โหลดแอปฯ Fixzyได้ที่
    App Store : http://apple.co/2dhs0Qe
    Play Store : http://bit.ly/2djvYpq
  2. ผ่านเว็บไซต์ :www.fixzy.net
  3. ผ่าน Line : http://bit.ly/2dGyao

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

Lost Password