What kind of startup Fixzy

StartUp Life

Startup Name : Fixzy

Type : Cockroach

Status : Underdog

บทความชุดนี้ตั้งใจเขียนเป็นพิเศษ เพื่อต้องการสื่อสารให้กับคนที่จะเริ่มทำ Startup หรือทำ Startup อยู่ แล้วอยู่ในสถานะการณ์เดียวกันครับ

ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมาเป็น Startup ผมออกจากงานมาเพื่อพยายามสร้างบริษัทให้มั่นคง หลังจากที่ผลิตของให้กับคนอื่นมา 2 ปี ผมก็เริ่มรู้สึกว่ามันไม่มั่นคงเอาเสียเลย ผมคิดตลอดเวลาว่าถ้าเมื่อไหร่ไม่มีงาน บริษัทเราก็คงไปไม่รอด เหตุการณ์ไก่กับไข่เกิดขึ้นตั้งแต่ตอนนี้แล้วครับ ขณะที่ผมกำลังรับงานอย่างเมามันส์ มันจะมีช่วงที่มีงานเยอะและแทบไม่มีงานเลย ตอนงานเยอะคือเรามีคนน้อยก็มีกำลังทำได้เท่านั้น กะว่าจะขยายทีมเพื่อให้รับงานได้มากขึ้น คำถามก็เกิดว่า ถ้าขยายแล้วงานหาไม่ได้จะเป็นยังไง สับสนไปหมดไม่รู้ควรจะทำยังไง เพราะ ผมคิดว่าการหาคนมาร่วมทีมนั้นยาก ถ้าหางานมาก่อน ไม่มีคนทำก็ทำไม่ได้อีก โอ้ยยุ่งจริง

ผมจึงตัดสินใจว่าเราควรจะทำอะไรให้เกิด Passive income ซักที เลยอยากลองทำอะไรที่เป็นของตัวเองทำทีเดียวขายได้หลายๆครั้ง หรือมีเงินค่าใช้งานเข้ามาทุกๆเดือน ผมจึงคิด Project แรกขึ้นมาโดยใช้ฐานมาจากของที่เคยทำ Project นั้นชื่อว่า

“Prime Cluster”

ชื่อเท่มากแต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร มันคือระบบบริหารจัดการทัวร์ครับ เราส่งประกวดในฐาน Startup ซึ่งตอนนั้นไม่รู้เลยว่า Startup คืออะไร ไปเจอน้องๆ ทำ Project อลังๆ กันทั้งนั้นจนผมคิดว่ามันจะขายได้ยังไง Dating App งี้ Social App งี้ แต่พวกเขาก็ Pitch ชนะกัน Prime Cluster ของผมมีลูกค้าอยู่แล้วแต่เราก็ไม่ชนะ เพราะ

“เรา Pitch ไม่เป็น”

อุปสรรค์แรกเลยและพึ่งรู้จักด้วย Pitch คืออะไรวะ ผมทำ Slide ได้โง่มากและมันทำให้ผมทำอะไรโง่ๆในสายตา Startup ใน Project แรก และมันล้มไม่เป็นท่า เราหาทุนไม่ได้ เราหาลูกค้าเพิ่มไม่ได้ เราประกวดอะไรก็ไม่ชนะ

ผมและเพื่อนกลับมานั่งคิดกันว่าเราพลาดอะไรไป ตอนนั้นก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่า Startup เขาทำกันยังไง ก็กลับมารับงานเหมือนเดิม

จุดเปลี่ยนมันอยู่ที่ เราได้คิดโปรเจคนึงขึ้นมา และมันเป็นโชคที่เราได้โอกาสจากพี่คนนึง ที่ครั้งนึงผมได้โอกาสไปงานที่อินโดกับ SIPA และ พี่เขาไปกับ TSEP นั้นเป็นครั้งแรกที่ผมได้พบพี่เขา และมาได้คุยกันใน Project FIXZY ผมได้ Investor คนแรก และเป็น Co founder ที่ใจถึงมากๆ ผมทุบหม้อข้าวตัวเองและตัดสินใจทำตัวนี้ ตอนนั้น Runway เราอยู่ได้แค่ 4-6 เดือนเท่านั้น ทำไป ก็ยิ่งคิดว่า แล้วเราจะหาเงินยังไง คิดจนปวดหัว ไอเดียมันดีมาก แต่จะหาเงินจากไหน ผมตบไอเดียไปมาอยู่หลายเดือน จนเราได้ทุนกอนแรกจริงๆจาก VC จริงๆ มา ทำให้งานเดินหน้าได้เยอะ เรียนรู้จากงานต่างๆมากขึ้น Pitch ได้ดีขึ้น จนผมตัดสินใจประกวด AIS The Startup 2015 อีกครั้ง (ครั้งแรก กับ Prime Cluster กรรมการแทบไม่ฟังด้วยซ้ำ) เข้าไปถึงรอบ Final List ซึ่งตอนนั้นผมรู้สึกว่ามันเป็นเวทีใหญ่มากๆ ปัญหาที่ 2 มา

“ผม Pitch และสื่อสารภาษาอังกฤษ ได้ห่วยมาก”

จากเมื่อก่อนผมเคยคิดว่า ผมก็พอใช้ภาษาอังกฤษได้นะ แต่พอมาอยู่ในสังคม Startup ผมรู้สึกได้เลยว่า ระดับเรามันไม่ใช่ปานกลางละ มันระดับแย่เลย น้องๆ ใช้ภาษาอังกฤษกันเหมือนเป็นภาษาแรกเลยทีเดียว ผมเครียดมากจนสุดท้ายแก้ปัญหาไม่ได้ เราเลยไปได้แค่ 1 ใน 10 ทีมของ AIS the StartUp 2015 เท่านั้น ข้อผิดพลาดนอกจากภาษาก็ยังมีเรื่อง Model รายได้ที่ไม่ชัดเจน

ในสังคม Startup ที่ผมอยู่มันเต็มไปด้วยสนามวิ่ง ที่ถ้าคุณเดินหรือหยุด คุณไม่ใช่อยู่ท้ายนะ คุณแทบจะหายไปจากวงการด้วยซ้ำ ถึงจะไม่ใช่สิ่งที่เสมอไปแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า CEO และ Co Founder ส่วนใหญ่ จบนอก หรือจบที่ดีๆมากทั้งนั้น

“ผมและเพื่อนจบราม”

เราแทบจะหารุ่นพี่ในสายไม่ได้เลย นอกจาก VC ของเราเอง ผมเคยเจอคำถามตอนทานข้าวในวง Startup บ่อยว่า แบบนี้ แบบนั้นมันเหมือนที่ New york เลยนะครับ ซึ่งผมก็บอกไปตรงๆ ว่า ผมไม่เคยไปเหยืยบอเมริกาเลยครับ ก็ขำๆกันไป

สภาพจิตใจ ผมขึ้นๆลง ผมตั้งคำถามตัวเองเหมือนในหนังสือ เหมือนที่เพื่อนๆเคยบอกเลยว่า

“ทำไมเราต้องทำในสิ่งที่เราไม่ใช่”

“ทำไมเราต้องไปกินเหล้ากับใครก็ไม่รู้”

“ทำไม่เราต้องเดินไปคุยกับใครไม่เลือกหน้า ทำไม่เราต้องนำเสนอตัวเองตลอดเวลา”

ผมจิตตกอยู่นาน ตอนนั้น FIXZY แทบจะเป็นแค่ App ซ่อมท่อ เราถูกมองว่าเป็น App ระดับล่าง เราลงตลาดช่างที่มันต่ำต้อย ไม่เท่เหมือน App อื่นๆเลย แถมทีมผมทั้งทีม ไม่มี Top class จากไหนเลย มหาลัย no name ทั้งสิ้น

FIXZY ในช่วงปีที่แล้ว เราแทบไม่ได้รับโอกาสจากสื่อ หรือโอกาสจากผู้ใหญ่คนไหนเลย เราน้อยใจครับ แต่เราไม่โทษใคร ผมเปลี่ยนความคิดใหม่ทั้งหมด ถ้าเราจะเดินทางนี้แล้ว อะไรที่เราไม่ทำ เราก็ต้องทำให้เป็นธรรมชาติ ผมออกพบคน และพิสูจน์ให้ได้ว่า connection มันไม่มาเองมันต้องหา และผมก็พยายามทำความรู้จักคนสะสมเรื่อยมา ใครให้ผมช่วยอะไรผมไปหมด แต่นั้นมันก็ไม่พอครับ

“เชื่อไหมเมื่อต้นปี 2016 FIXZY เกือบไปไม่รอด”

เงินเรากำลังหมด แต่เราสร้างรายได้ไม่เพียงพอ ผมเริ่มหมดหวังกับ ชีวิต Startup และผมไม่เข้าใจเลยว่า ผมผิดตรงไหน ทำไม Startup อื่นๆ ยังหาเงินไม่ได้ด้วยซ้ำ ทำไมเขาได้รับโอกาส นั้นผมตอบตัวเองได้เลย เรายังไม่ดีพอ เรา Pitch ไม่เก่ง เราไม่ได้ภาษา มันทำให้เราต้องทำงานหนักกว่าคนอื่น 2-3 เท่า ขณะที่กำลังใจกำลังจะหมด หมดหวังในการหาเงิน ผมรวมสติเรียกเพือนๆน้องๆ มาคุยกันอีกครั้ง ว่าเราจะเอายังไง ไปต่อหรือจะทิ้งเรื่องลำที่ชื่อว่า FIXZY แล้วไปทำอย่างอื่นทุกคนตอบมาเหมือนกันคือ

“เราเดินมาไกลมากเกินกว่าจะทิ้งหรือหันกลับแล้ว”

ประชุมเสร็จ ผมไม่หลับไม่นอน 2 คืนเพื่อคิดหาทางรอดให้กับทีม ตอนนั้นเป็นตอนที่ผมมั่นใจมากๆแล้วว่า ทีมผมแม่งโคตรเจ๋ง

“ผมจะไม่ยอมเสียทีมผมไป”

ผมปรับแผน ลืม สิ่งที่ Startup ต้องทำครึ่งนึง หันหาความจริงครึ่งนึง และผมเริ่มทำทุกอย่างที่เป็นไปได้ คุยกับทุกคน ที่เชื่อผม สุดท้าย ผมได้ยินคำว่า ฆ่าไม่ตาย หลายครั้งมากขึ้น จนเราสรุปได้แล้วว่า

“เราคือแมลงสาบ ที่เป็นมวยรอง”

Cockroach_perfect_creature

จะมีคนเชื่อเราไหม

สุดท้ายผมได้ Model ที่ไม่ยอมตาย Model ที่ตายยาก คงไม่ต้องบอกนะครับว่าคู่แข่งผม เงินเยอะกว่าผมขนาดไหน เพราะนั้นเราต้องหาทางใช้น้อยตายช้า หาทางสู้

ผมพิสูจน์ได้หลายๆอย่างในสิ่งที่เราพยายามทำกันและมันเป็นจริง ทุกคนเชื่อ ทำให้ผมได้รับทุนอีกก้อนนึ่งทำให้ FIXZY เดินหน้าไปต่อไป อย่างน้อยก็อีกปีครึ่ง

ผมยังไม่ได้ประสบความสำเร็จนะครับ การที่ผมหาทุนได้ผมไม่เคยดีใจ ผมกลับรู้สึกว่า ผมต้องรับผิดชอบในความเชื่อมั่นที่พี่ๆมีให้ผม เงินของพี่ๆ ทำให้ผมมีโอกาสได้ทำงานที่หนักขึ้น

ผมภูมิใจที่ได้พูดว่า

“ผมเป็นทีมแรกที่ทำ Service แบบนี้ในประเทศไทย”

“ผมเป็นทีมที่ทำ Service แบบนี้ และเป็น ทีมคนไทย 100% Co-Founder ไทย นักลงทุนไทย เพื่อคนไทย จ่ายภาษีถูกต้อง จด VAT เรียบร้อย สนับสนุนผม สนับสนุนคนไทย สนับสนุน Startup ไทย”

1*WEVGdsItw77avwi4iyNgpA

บันทึกนี้ขอลงเวลาในช่วงเวลาที่ดีที่สุดในช่วงที่ผมต้อง เอาตัวรอด และต้องรอดให้ได้ เมื่อรอดแล้วจะมาแชร์ในส่วนที่เหลือนะครับ ตอนนี้คงแชร์อะไรไม่ได้มากกว่านี้

สิ่งที่ผมเชื่อและพยายามออกไปบอกน้องๆใน มหาวิทยาลัยคือ อย่าติดกับดัก Startup และเตรียมตัวให้พร้อม พิสูจน์ให้ได้ว่า คนต่างจังหวัด หรือคนที่ไม่ได้เรียน มหาวิทยาลัย Top class ก็สามารถไปถึงฝันได้ แต่อาจจะต้องแลกมาด้วยความพยายามที่มากกว่าคนอื่น

จบ Cockroach ภาคแรก

เมื่อพร้อมจะมาต่อตอนที่ 2 ครับ

รัช อยู่ในสายงาน IT มา 15 ปี เป็นเจ้าของกิจการนำเข้าสินค้า เคยดูแลระบบโรงพยาบาล ตอนนี้ทำหน้าที่เป็น ED และ Founder บริษัท พรีโม ไพร์ม จำกัด และ CEO บริษัท ฟิกซิ จำกัด

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

Lost Password