5 วิธีการเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างบ้าน

สำหรับใครที่ต้องการสร้างบ้าน การเลือกผู้รับเหมาเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะบ้านในฝันของคุณจะออกมาได้เหมือนที่คุณฝันไว้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับผู้รับเหมานี่แหละครับ ซึ่งถ้าได้ผู้รับเหมามีช่างที่มีฝีมือ งานก็จะออกมาดีสมดั่งใจคุณครับ แต่การเลือกผู้รับเหมาจะทำอย่างไร  rabbit finance มีวิธีเลือกครับ

มีผลงานโชว์

ถ้าเป็นผู้รับเหมาที่มีฝีมือจริง พวกเขาจะมีผลงานโชว์และพาไปดูผลงานของพวกเขา รวมทั้งคุณสามารถถามเจ้าของบ้านได้เลยว่า ใช้ผู้รับเหมารายนี้แล้วเป็นอย่างไรบ้าง และไม่ใช่แบบที่เอารูปมาให้ดู และไปชี้ตามสถานที่ต่างๆ ว่านี่ผลงานผมเอง แบบนี้ ให้คุณไม่เชื่อไว้ก่อนจะได้ไม่ผิดหวังครับ

อย่าเอาถูกเกิน

โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ ครับ ทุกอย่างมีค่าใช้จ่ายตามคุณภาพ ของดีก็จะมีราคาแพงตามตัว ของถูกโอกาสดีก็จะยาก  เพราะถ้าของดี ใครขายถูกก็จะขาดทุน ดังนั้น ถ้ามีผู้รับเหมาเจ้าไหน ให้ราคาที่ถูก ให้ทำอะไรก็ได้หมด อันนี้ต้องระวังครับ เพราะเวลาที่เขาต้องการเงิน เขาจะทำอะไรก็ได้ แต่พอได้เงินไป ก็จะมาบอกว่าเงินที่ให้นี้ไม่รวมนั่นโน่นนี่ ขอเงินเพิ่ม มีให้เห็นอยู่ทั่วไปครับ

มีที่ตั้งสำนักงาน

นี่ก็เป็นหลักสำคัญ เพราะถ้าเป็นผู้รับเหมาหลักลอย ก็มีให้เห็นอยู่เยอะครับ ได้เงินมาทำสักพัก แล้วก็เผ่นหนีหายไปพร้อมเงินทั้งหมด และคุณก็ตามไม่ได้ คุณก็หนีไม่พ้นต้องเสียเงินจ้างผู้รับเหมาใหม่ที่มีหลักแหล่งอยู่ดี

มีการบอกต่อ

ถ้าคุณอยากได้ช่างที่มีฝีมือค่อนข้างชัวร์ คุณอาจสอบถามจากบ้านของเพื่อนหรือคนรู้จักที่คุณชอบบ้านของเขา และดูว่างานดี เขาใช้ผู้รับเหมาเจ้าไหน วิธีนี้ คุณจะได้ช่างที่มีฝีมือแบบที่คุณต้องการ แต่อย่าไงรก็ตาม ถึงแม้เป็นผู้รับเหมาเจ้าเดียวกัน ก็ต้องเผื่อใจไว้ เพราะช่างมือถือดีที่ทำบ้านเพื่อนของคุณอาจย้ายไปอยู่เจ้าอื่นก็ได้เช่นกัน

มีการแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ

ถ้าผู้รับเหมาไม่ยอมให้มีการแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ ก็ say good bye ได้เลยครับ และถึงแม้ให้จ่ายเป็นงวดๆ  แต่เป็นงวดที่ดูทะแม่งๆ และคุณไม่โอเค คุณก็เมินได้เช่นกัน ต้องระวังตุกติกครับ

นี่ก็เป็นเรื่องคราวๆ ที่คนที่อยากได้บ้านในฝันควรทราบ แล้วเราควรเลือกผู้รับเหมาที่เราว่าโอเคที่สุด เพราะถึงแม้เราจะเลือกโอเคก็แล้ว แต่บอกเลยครับ เขาก็คงทำออกมาได้ไม่ถูกใจคุณ 100 % หรอกครับ และถ้าใครกำลังมองหาประกันบ้านอยู่ ก็สามารถดูได้จาก rabbit finance ครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก baanlaesuan.com

5 เรื่องควรทำก่อนประกาศขายบ้าน

สำหรับใครที่ต้องการขายบ้านในตอนนี้ มีหลายอย่างที่ต้องปรับปรุงเพื่อให้บ้านของคุณสามารถขายออก รวมทั้งขายได้ราคาดีในเวลาเดียวกัน rabbit finance จึงขอแนะนำเรื่องที่คุณควรทำก่อนประกาศขายบ้านครับ

ทำความสะอาดบ้านให้สะอาด

ก่อนอื่นที่คุณจะให้ใครมาดูบ้านคุณต้องทำบ้านตัวเองให้สะอาดก่อน เหมือนเวลาเราไปติดต่อธุรกิจหรือไปสมัครงาน เราก็ต้องทำให้ผู้สัมภาษณ์ประทับใจ จำเราในด้านดี บ้านก็เช่นกันครับ เราต้องทำบ้านให้ประทับใจนายหน้า หรือผู้ที่จะมาซื้อ เขาจะได้ตัดสินใจซื้อได้ โดยไม่ต้องคิดมาก ลองคิดถึงใจเขาใจเรา ถ้าเราจะซื้อบ้านสักหลัง แต่พอเข้าไปดู ฝุ่นเต็มไปหมด ความอยากซื้อจะลดฮวบทันที

จัดกลุ่มเฟอร์นิเจอร์

การจัดบ้านก็มีผลต่อความอยากซื้อหรือไม่อยากซื้อของคนเช่นกัน และที่มากไปกว่านั้น คือการจัดกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ ถ้าเราวางเฟอร์นิเจอร์แบบแค่วางไว้ ไม่ได้คิดถึงการใช้งาน หรือวางไว้แบบติดกำแพงหมด มันแสดงว่าบ้านหลังนี้ไม่ได้รับการใช้งานจริง คนที่มาซื้อก็จะรู้สึกได้ว่าบ้านนี้ถูกทิ้งไว้นานเนื่องมาจากสาเหตุอะไร เพราะบ้านดีๆ ส่วนใหญ่จะมีคนอยู่อาศัยทั้งนั้น

ใช้สีเรียบๆ

การทำบ้านให้ดูเรียบ จะทำให้บ้านเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายมากขึ้น และบ้านเรียบๆ นั้นง่ายต่อการต่อเติม ตกแต่งใหม่ตามสไตล์ของผู้ซื้อ การปรับแต่งบ้านมากเกินไปก็มีข้อเสียเวลาจะขายต่อนี่แหละครับ เพราะมันต้องใช้ค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมากในการปรับแต่งให้ถูกใจเจ้าของบ้านคนใหม่

เพิ่มสีเขียว

ในที่นี้ไม่ใช่หมายถึงคุณต้องทาสีบ้านเป็นสีเขียวนะครับ แต่เป็นการเพิ่มต้นไม้ ใบไม้ สิ่งที่เป็นธรรมชาติเข้าไปในบ้าน ให้บ้านดูมีชีวิตชีวา จะทำให้บ้านตีราคาได้สูงขึ้น หรือถ้าเป็นบ้านที่คุณไม่ได้อยู่ คุณอาจใช้แค่ดอกไม้หรือต้นไม้ปลอมสวยๆ ที่ดูเหมือนจริงมาตกแต่งบ้านก็ได้

แต่งผนัง

บ้านบางหลัง เมื่อมีของติดผนังอยู่ และแกะออก จะมีรอยเจาะรอยขีดข่วนอยู่ เราควรตกแต่งผนังให้เรียบคงเดิมก่อนขาย เพื่อให้ดูสะอาดตาเรียบร้อย ก่อนที่จะนัดใครมาดูบ้าน ไม่อย่างนั้น บ้านของคุณจะขายไม่ได้ราคาตามที่ตั้งใจไว้ เพราะนายหน้าหรือคนซื้อต้องคิดถึงการซ่อมบ้านด้วยทำให้เขาอยากได้บ้านในราคาที่ต่ำลง

และทั้งหมดนี้ก็เป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านทุกคนควรทำก่อนที่จะขายบ้าน เพื่อให้บ้านของคุณขายได้ราคาดีสมดั่งที่ตั้งใจไว้ ถึงแม้บ้านอาจจะยังขายไม่ได้ แต่การหมั่นเข้าไปดูแลความเรียบร้อยของบ้าน จะช่วยให้เราไม่ต้องมีการซ่อมแซมปรับปรุงบ้านครั้งใหญ่ซึ่งทำให้เสียเงินเป็นจำนวนมากได้ครับ และถ้าใครกำลังมองหาประกันบ้านอยู่หละก็ เข้าไปดูได้ที่ rabbit finance ครับ

วิธีใช้แอร์อย่างเย็นใจ แถมช่วยประหยัดค่าไฟได้อีกด้วย

หน้าฝนแล้วก็จริง แต่ดูเหมือนว่าเรายังก้าวข้ามผ่านหน้าร้อนไปไม่ได้เลย ก็แหม ไม่ว่าจะเช้า กลางวัน เย็น หรือดึก มันก็ร้อนอบอ้าวซะจริง และแน่นอนว่า ตัวช่วยของเราในครั้งนี้ ก็คือ แอร์ หรือเครื่องปรับอากาศนั่นเอง

แต่ยิ่งเปิดมาก เปิดบ่อยเท่าไร ค่าไฟก็สูงขึ้นจนไม่อยากจะคิด แต่… ไม่เปิดก็ไม่ไหวจริงไหมล่ะ ฉะนั้น วันนี้ rabbit finance จึงมีวิธีใช้แอร์อย่างเย็นใจ แถมช่วยประหยัดค่าไฟมาฝาก

9 วิธีใช้แอร์อย่างเย็นใจ แถมช่วยประหยัดค่าไฟได้อีกด้วย

 

  • ล้างแอร์ปีละ 2 ครั้ง
    คุณควรมีการถอดล้างภายในเครื่องปรับอากาศโดยช่างผู้ชำนาญงาน เพื่อให้แอร์ทำงานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งการทำแบบนี้จะช่วยยืดอายุการใช้งาน และประหยัดค่าไฟฟ้าได้ค่ะ
  • กันร้อนให้คอมเพรสเซอร์
    คุณควรติดตั้งคอมเพรสเซอร์ไว้ในร่ม และมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก หรือจะวางกระถางต้นไม้ไว้ใกล้ๆ เพื่อช่วยบังแดดก็ได้ อีกทั้ง คุณควรตั้งคอมเพรสเซอร์แอร์ให้ห่างจากผนังอย่างน้อย 15 เซนติเมตรด้วย เพื่อให้คอมเพรสเซอร์ระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าไฟได้ประมาณ 15-20 % เลยทีเดียว
  • ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไว้ที่ 26-27 องศาเซลเซียส
    คุณควรตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไว้ที่ 26-27 องศาเซลเซียส พร้อมกับเปิดพัดลมตัวเล็กๆ ให้มีลมพัดผ่านร่างกาย เพียงเท่านี้คุณก็สามารถรู้สึกเย็น แถมยังประหยัดไฟได้ถึง 10-30% เลยล่ะ
  • ไม่นำความชื้นเข้าห้อง
    สำหรับเมืองไทยพลังงานที่ใช้ในการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศนั้นมีแค่ 30 % เท่านั้น ส่วนที่เหลืออีก 70 % เป็นการใช้เพื่อทำให้อากาศในห้องนั้นแห้งลง ดังนั้นหากต้องการให้แอร์ทำงานน้อย ก็อย่าเอาของที่มีความชื้นเข้าไปไว้ในห้องที่ปรับอากาศ เช่น กระถางต้นไม้ การตากผ้า หรือทำบานเกล็ดระบายอากาศของประตูห้องน้ำในห้อง

  • หลีกเลี่ยงการนำเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องครัว หรือภาชนะที่มีผิวหน้าร้อนจัดเข้าห้อง
    อาทิ เตาไฟฟ้า กระทะร้อน หม้อต้มน้ำ หม้อต้มสุกี้ แต่ควรปรุงอาหารเหล่านั้นให้เสร็จจากด้านนอกก่อนนำเข้าไปในห้องที่ปรับอากาศ หรือแม้กระทั่งการยกอาหารร้อนๆ เข้าไปทานในห้องแอร์ เพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มความร้อนภายในห้อง ซึ่งเป็นสาเหตุให้แอร์ทำงานหนักเกินไป
  • ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท
    คุณควรปิดประตู หรือหน้าต่างให้สนิทขณะเปิดแอร์ เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศร้อนชื้นจากภายนอกเข้ามา ทำให้เครื่องต้องทำงานหนักขึ้น
  • ถ่ายเทความร้อน
    ช่วงเวลาที่ไม่ได้ใช้ห้อง หรือก่อนเปิดแอร์สักประมาณ 15 นาที คุณควรเปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศบริสุทธิ์ภายนอกเข้าไปแทนที่อากาศภายในห้อง ซึ่งการทำเช่นนี้จะช่วยลดกลิ่นต่างๆ ให้น้อยลงได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดพัดลมระบายอากาศ ซึ่งจะทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้น
  • ปิดก่อนออก
    คุณควรปิดแอร์ก่อนออกจากห้องอย่างน้อย 30 นาที – 1 ชั่วโมง เพราะยังมีความเย็นหลงเหลืออยู่ โดยการปิดแอร์ขนาด 12,000 บีทียู เร็วขึ้นวันละ 1 ชั่วโมง 1 ล้านเครื่อง จะประหยัดไฟให้ประเทศได้เดือนละ 52.50 ล้านบาท หรือ 630 ล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว
  • เปิดแอร์เท่าที่จำเป็น
    คุณควรเลือกเปิดแอร์เฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น เช่น ใช้แอร์เฉพาะในห้องนอน เป็นต้น แน่นอนว่า มันจะช่วยลดค่าไฟไปได้มากเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม การตกแต่งบ้าน หรือการออกแบบบ้านให้เอื้ออำนวยต่อสภาพอากาศเมืองไทย ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ช่วยลดค่าไฟในบ้านได้ค่ะ

ทำความรู้จักกับ “อิฐ” ก่อนแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์ (Loft-Style)

อย่างที่ทราบกันดีว่า ในปัจจุบันผู้คนเริ่มหันมานิยมการตกแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์กันมากขึ้น ซึ่งการตกแต่งบ้านในสไตล์ลอฟท์นั้นเป็นการตกแต่งบ้านโดยเผยผิววัสดุที่เป็นอิฐ เป็นการเผยความดิบเท่ห์ให้กับตัวบ้าน อีกทั้งยังช่วยมอบสัมผัสที่เป็นธรรมชาติ แถมยังช่วยสร้างมิติให้พื้นที่ภายในบ้านอีกด้วย

แต่ก่อนอื่น เราต้องมาทำความรู้จักกับอิฐแต่ละประเภทกันก่อน ว่ามีรูปแบบลักษณะอย่างไรบ้าง และเหมาะกับการใช้งานแบบไหน

คนส่วนใหญ่มักคิดว่าอิฐมีเพียงประเภทเดียวเท่านั้น คือ อิฐสีส้มแดงที่เห็นกันอยู่ตามไซต์งานก่อสร้าง แต่ความจริงแล้ว วัสดุประเภทอิฐมีอยู่หลากหลายชนิดมาก และในส่วนของคุณภาพก็จะแตกต่างกันออกไปตามส่วนประกอบของวัสดุที่ใช้ในการทำอิฐ

ซึ่งอิฐส่วนใหญ่ที่นิยมใช้ในการสร้าง หรือตกแต่งบ้านนั้น สามารถแบ่งออกได้ 6 ประเภท ดังนี้

  • อิฐมอญ

อิฐมอญ มีลักษณะเป็นอิฐสีส้มแดง ทำจากดินเหนียวผสมแกลบ จึงนิยมเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า อิฐดินเผา ซึ่งในส่วนของขนาด และสัดส่วนจะขึ้นอยู่กับขั้นตอนการผลิตของแหล่งผลิตนั้นๆ โดยอาจมีทั้งรูปแบบที่เป็นอิฐก้อนตัน และอิฐที่มีรูตรงกลาง

  • อิฐขาว 

อิฐขาว คือ อิฐที่ทำจากปูนขาวผสมทราย ซึ่งในปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีทันสมัยในการผลิตมากขึ้น โดยผลิตด้วยเครื่องจักรที่มีความดัน พร้อมอบด้วยความร้อนสูง

จึงทำให้อิฐมีความหนาแน่นมากกว่าอิฐมอญ และอิฐบล็อก อีกทั้งยังมีความแข็งแรงทนทาน แถมยังช่วยป้องกันความร้อน ทนไฟ ไม่ดูดซึมน้ำ และมีน้ำหนักเบาอีกด้วย

  • อิฐบล็อก

อิฐบล็อก คือ อิฐที่ทำจากปูนซีเมนต์และทราย นิยมนำมาใช้เพื่องานก่อสร้างเช่นเดียวกับอิฐมอญ ซึ่งอิฐชนิดนี้เหมาะสำหรับงานที่ควบคุมค่าใช้จ่าย เพราะราคาถูก และสามารถสร้างบ้านได้เร็วกว่า แต่ในส่วนของความแข็งแรงทนทานอาจไม่เท่าอิฐมอญ เพราะมีรูพรุนมากกว่านั่นเอง

  • คอนกรีตบล็อก

คอนกรีตบล็อก ผลิตจากปูนซีเมนต์ หิน และทราย โดยจะมีทั้งชนิดที่รับน้ำหนักได้ และรับน้ำหนักไม่ได้ ซึ่งคอนกรีตบล็อกนี้เป็นที่นิยมมากเนื่องจากราคาถูก และหาซื้อได้ง่าย อีกทั้งยังสามารถทำงานได้เร็ว เพราะมีขนาดก้อนใหญ่กว่าอิฐมอญ นิยมนำมาใช้ตกแต่งบ้านในบริเวณพื้น และทางเข้าบ้าน

  • อิฐมวลเบา

อิฐมวลเบา เป็นอิฐที่ได้รับการคิดค้นขึ้นมาใหม่ โดยผลิตจากปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ผสมกับทราย ปูนขาว ยิปซัม น้ำ และสารกระจายฟองอากาศ

และด้วยกระบวนการผลิตที่ทันสมัยนั้น จึงทำให้อิฐแต่ละก้อนมีขนาดมาตรฐานที่เท่ากัน มีน้ำหนักเบา ช่วยลดการรับน้ำหนักของโครงสร้างได้ดี อีกทั้ง ยังสามารทนไฟ พร้อมป้องกันความร้อน และเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

  • อิฐประดับ

Thx pic : ruamcementonline.com

อิฐประดับ ผลิตจากหินเกร็ด กรวด ทรายซิลิการ์ และซีเมนต์ ซึ่งเป็นอิฐที่สามารถใช้เป็นฉนวนกันความร้อน และเก็บเสียงได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง ยังช่วยมอบความสวยงาม เพราะมีลวดลาย และขนาดให้เลือกอย่างหลากหลายตามความต้องการ

อย่างไรก็ตาม การเลือกอิฐมาใช้กับการตกแต่งบ้านนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบ ความพึงพอใจของเจ้าของบ้าน สถาปนิก และวิศวกรที่ได้ประเมินร่วมกันแล้วว่า บ้านคุณควรใช้อิฐแบบไหนถึงจะดี ?

 

 

วิธีดูแลรักษาบ้านให้แข็งแรงทนทาน อยู่ได้นานแสนนาน

บ้าน เปรียบเสมือนแหล่งรวมความสุข เพราะเป็นสถานที่ที่เราใช้สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่รวบรวมคนที่เรารัก และรักเราเอาไว้อีกด้วย

ซึ่งถ้าคุณต้องการให้บ้านของคุณมีสภาพดี แข็งแรง ทนทาน ไม่ทรุดโทรม เพื่อให้คุณสามารถใช้ชีวิตกับคนที่คุณรักได้อย่างยาวนาน คุณก็ต้องบำรุงรักษาบ้านอยู่เสมอ

วันนี้ rabbit finance จึงมีวิธีดูแลรักษาบ้านให้แข็งแรง ทนทาน อยู่ได้นานแสนนานมาฝากกันค่ะ

10 วิธีดูแลรักษาบ้านให้แข็งแรงทนทาน อยู่ได้นานแสนนาน

  • ตรวจสอบการรั่วซึมของหลังคาบ้าน

หากคุณพบเจอการรั่วซึมของหลังคาบ้าน คุณต้องรีบแก้ไขทันที โดยการปูกระเบื้องมุงหลังคาที่แตก และเปลี่ยนฝ้าใหม่ มิเช่นนั้นแล้ว ฝ้าเพดานจะเกิดคราบเลอะ เป็นรอยตะไคร่น้ำ ทำให้ได้รับความเสียหาย และยังทำให้ข้าวของภายในบ้านเปียกอีกด้วย

  • พื้นกระเบื้องไม่ควรมีน้ำขัง

หากพื้นกระเบื้องมีน้ำขัง ก็จะมีตะไคร่มาจับบริเวณพื้นกระเบื้อง ทำให้ลื่นหกล้มได้ง่าย ดังนั้นคุณจึงควรขัด และเช็ดน้ำให้แห้ง เพื่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยทุกคนนะคะ

  • ไม่ควรทิ้งขยะลงไปในท่อ

คุณไม่ควรทิ้งขยะลงในท่อระบายน้ำ เพราะอาจทำให้ท่ออุดตันจนไม่สามารถระบายน้ำได้ และแน่นอนว่าคุณต้องมานั่งเสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมอีกด้วย

  • ดูแลสวน และต้นไม้ไม่ให้รก

คุณควรดูแลสวน ดูแลต้นไม้ ตัดแต่งกิ่งหญ้าให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ให้รกรุงรัง ก็จะเป็นแหล่งอาศัยชั้นดีของสัตว์มีพิษจำพวก งู ตะขาบได้ อีกทั้งยังควรรดน้ำต้นไม้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ต้นไม้งาม ไม่แห้งเหี่ยว และตายไป

อาทิ ทำความสะอาดรีโมท ที่จับประตู ฟองน้ำล้างจาน โทรศัพท์ เมาส์ คีย์บอร์ด ตู้เย็น อ่างล้างจาน พรมปูพื้น เปลี่ยนเครื่องนอน ซัก หรือนำไปตากแดด เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย

  • หมั่นเช็คระบบไฟฟ้า ปลั๊ก สายไฟว่ามีรอยชำรุดเสียหายหรือไม่

คุณควรหมั่นสังเกตตรวจสอบสายไฟ ปลั๊กไฟ หลอดไฟ และหากพบว่ามีการชำรุด คุณก็ควรเปลี่ยนใหม่ให้มีสภาพพร้อมใช้งาน เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายจากไฟฟ้ารัดวงจร ไฟช็อต ไฟรั่ว หรือเพลิงไหม้

  • หมั่นทำความสะอาดห้องน้ำอยู่เป็นประจำ

ห้องน้ำ คือ แหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดี ไม่ว่าจะเป็นฝักบัวอาบน้ำ โถสุขภัณฑ์ ม่านกันเปียก แปรงสีฟัน อ่างล้างหน้า ลูกบิดที่จับประตู เป็นต้น ฉะนั้น คุณจึงควรดูแลห้องน้ำให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ที่จะส่งผลต่อสุขภาพผู้อยู่อาศัย

  • เลือกผลิตภัณฑ์ดูแลบ้านที่มีคุณภาพ

คุณควรเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลบ้านที่มีคุณภาพ สภาพดี พร้อมใช้งาน และควรมีให้ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นไม้ถูพื้น ไม้กวาด ผ้าเช็ดทำความสะอาด ถังขยะ ที่ตักผง ที่ปัดฝุ่น เครื่องดูดฝุ่น น้ำยาถูพื้น(ควรมียาฆ่าเชื้อแบคทีเรียด้วย) น้ำยาเช็ดกระจก น้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ เป็นต้น

เพราะเมื่อคุณมีอุปกรณ์ที่ดี และครบถ้วนแล้ว ก็จะทำให้คุณอยากทำความสะอาดบ้านยังไงล่ะ

  • หมั่นดูแลสี และความเสียหายของบ้าน

คุณควรหมั่นตรวจสอบตัวบ้านอยู่เสมอ และหากคุณพบว่าสีผนังอาคารเกิดฝุ่นคล้ายแป้ง นั่นแสดงให้เห็นว่าสีเริ่มเกิดการเสื่อมสภาพแล้ว ยิ่งมีรอยร้าว สีลอกเป็นแผ่นๆ คุณควรให้ช่างมาดูแล ซ่อมแซม อุดรอย ทาสี ขัดเงา ทาเคลือบป้องกันปลวกให้เรียบร้อย เพื่อให้บ้านคงสภาพดีดังเดิมนะคะ

  • บ้านที่มีถังบำบัดสำเร็จรูปใต้ดิน ควรสูบตะกอนทุก 2 ปี

ถังบำบัดสำเร็จรูปใต้ดิน ควรสูบตะกอนออกทุก 2 ปี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และรักษามาตรฐานการใช้งานถังบำบัดไว้ และควรเติมจุลินทรีย์ธรรมชาติ หรือผงจุลินทรีย์ผสมน้ำลงในถังทุกๆ เดือนเพื่อให้แบคทีเรียย่อยสลายเองด้วย

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเงินทองจะเป็นของนอกกาย ไม่ตายก็หาใหม่ได้ แต่กว่าจะเก็บเงินซื้อบ้านได้สักหลังนี่ทำงานหาเงินสายตัวแทบขาด จริงไหมล่ะคะ

ดังนั้น คุณจึงควรหมั่นดูแลบ้านของคุณให้เป็นอย่างดี เพื่อให้บ้านแข็งแรง ทนทาน อยู่เคียงข้างครอบครัวคุณไปอีกหลายต่อหลายรุ่นเลย

 

 

บริการใหม่ สำหรับคนรักรถโดยเฉพาะ

บริการดี ๆ ที่คนรักรถห้ามพลาด 💓

       บริการล้างรถ ดูดฝุ่น เคลือบสี เคลือบล้อ จะบริการไหน ๆ Fixzy ก็จัดให้ได้ นอกจากนี้ยังมีบริการใหม่ ! เอาใจคุณลูกค้า กับบริการ “เคลือบกระจกรถ” รับรองว่างานนี้เหมือนได้รถใหม่ กระจกใส ๆ ไร้ฝุ่นเกาะแน่นอน 👌

มาล้างรถกันเถอะ 🚗

และพิเศษสุดๆ ต้อนรับบริการใหม่

รับส่วนลดไปเลย 80 บาท!!

เพียงใส่รหัส “CARW80”

สามารถใช้ได้กับบริการ บริการล้างรถน้ำ-ไฟ จัดให้ถึงบ้านเท่านั้น

ใช้ได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 มี.ค 61

*ด่วน!!จำนวนจำกัด

ส่วนลดนี้สามารถใช้ได้กับบริการ บริการล้างรถน้ำ-ไฟ จัดให้ถึงบ้านเท่านั้น

ใช้ได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 มี.ค 61 แต่ให้ช่างเข้าให้บริการได้ถึงวันที่ 5 เม.ย 61

สนใจบริการล้างรถ คลิก!! >> http://bit.ly/2lW3957 

รายละเอียดเงื่อนไข

  1. สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับบริการต่างๆ เพิ่มเติมได้ในแอปฯ Fixzy หรือ www.fixzy.net
  2. สิทธิพิเศษนี้ ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
  3. ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนด เงื่อนไข ระยะเวลา สิทธิประโยชน์ต่างๆ โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า กรณีที่มีข้อพิพาทหรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ ให้ถือคำตัดสินของบริษัทฯเป็นที่สิ้นสุด
  4. สามารถนำ Code นี้ไปกดเพื่อรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 22 – 31 มี.ค 61 และนัดวันเข้ารับบริการได้ภายในวันที่ 31 มี.ค 61  นี้เท่านั้น
  5. สามารถใช้สิทธิ์ได้ 1 คน /1 สิทธิ์ เท่านั้น
  6. ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับโปรโมชันเพิ่มเติมโดยตรงที่ โทร.02-732-3638 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.30-18.30 น. หรือ แอดLine : @fixzy

เคล็ดไม่ลับ ฉบับDIY น้ำยาขจัดคราบ สะอาดง่ายๆ ทำเองได้

1.เบกกิ้งโซดา + น้ำส้มสายชู
เป็นส่วนผสมที่หาได้ไม่ยาก และสามารถหยิบมาใช้ได้หลายสถานการณ์ ทั้งใช้ทำความสะอาดคราบเลอะบนที่นอน รอยดำที่หน้าเตารีด และไมโครเวฟ โดยไม่ต้องออกแรงขัดก็ได้อีกด้วยนะ เพียงผสมเบกกิ้งโซดา กับน้ำส้มสายชูในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน และคนให้เข้ากันเป็นเนื้อครีมก่อนที่นำไปเช็ดทำความสะอาด เท่านี้ของใช้ก็จะสะอาดวับเหมือนใหม่

2.เบกกิ้งโซดา +น้ำส้มสายชู + สบู่เหลว
สูตรถนอมพื้นผิวห้องน้ำ ที่มีพวกคราบจุดราดำ โดยที่ไม่ต้องใช้ส่วนผสมของสารเคมีที่เข้มข้นที่อาจจะกัดยาแนวให้สึกกร่อน เพียงใช้เบกกิ้งโซดา กับน้ำส้มสายชู เพิ่มเติมด้วยสบู่เหลว ในปริมาณที่เท่ากันข้นให้เข้าที่ แล้วเทราดบนคราบจุดราดำที่เปียก ขัดด้วยแปรงอีกนิดหน่อย พื้นที่เคยเป็นคราบจุดราดำก็จะขาวสะอาด และไม่ทำให้พื้นผิวในห้องน้ำเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

3.เบกกิ้งโซดา + น้ำยาล้างจาน + แอลกอฮอล์
เป็นสูตรเด็ดประจำแม่บ้านที่ต้องเจอคราบเลอะฝังลึกลงเสื้อผ้าตัวโปรด โดยใช้เบกกิ้งโซดา 6 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำยาล้างจาน 8 ช้อนโต๊ะ หลังจากคนให้เข้ากันแล้วก็ค่อย ๆ แล้วค่อยเติมแอลกอฮอล์ไป 8 ช้อนโต๊ะ เมื่อเจอคราบบนเสื้อผ้าก็ใช้น้ำยาสูตรนี้ป้ายลงบนคราบ และทิ้งไว้อย่างน้อย 15 นาทีก่อนที่จะนำไปซักตามปกติ คราบนั้นก็จะหายไป

4.น้ำส้มสายชู + น้ำเปล่า
สูตรนี้เหมาะกับตะกอนต่างๆไปอุดตันตามก็อกน้ำ ฝักบัว และสายยาง ทำให้น้ำไหลเบา หรือมีตะกอนไหลออกมาตามท่อ วิธีทำความสะอาดก็แค่นำน้ำเปล่าผสมน้ำส้มสายชูใส่ถุงพลาสติก แล้วก็นำมามัดปากถุงแช่ไว้กับวัสดุที่ต้องการทำความสะอาด และแช่ค้างคืนไว้ ต่อมาก็ล้างน้ำเปล่าให้สะอาดคราบตะกอนที่ค้างไว้ก็จะหลุดออกแค่นี้ก็ใช้งานได้ปกติแล้ว

5.มะนาว + เกลือ
หลังจากจัดการกับคราบเลอะต่างๆแล้ว ยังมีคราบสะสมที่อาจเกิดขึ้นได้โดยที่เราไม่รู้ตัว ก็คือคราบเหลืองที่อยู่ตรงปกคอเสื้อ และคราบเชื้อราบนผ้าขนหนู หรือผ้าที่มีกลิ่นอับชื้น โดยสามารถใช้น้ำมะนาวผสมกับน้ำเปล่าในการซักคราบเหลืองที่ปกคอเสื้อ และเพิ่มเกลือเข้าไป ป้ายบนผ้าที่มีรอยดำจากเชื้อราก่อนที่จะนำไปซักก็เป็นอันเสร็จ  : )

หรือง่ายๆเรียกแม่บ้านมือโปรกับ Fixzy นะคะ
http://bit.ly/2EGS3bI

สนใจแจ้งหาช่างซ่อมแซม ติดตั้ง หรืองานบำรุงรักษาบ้าน
ผ่าน Fixzyได้ 3 ช่องทางนะคะ Fixzyได้ที่
App Store : http://apple.co/2eZWipM
Play Store : http://bit.ly/2eTkbw8
Website :www.fixzy.net
Line : http://bit.ly/2eLA0rd

8 ไอเดียแต่งบ้าน เรียกทรัพย์ รับตรุษจีน

อีกไม่กี่วันนี้ก็จะถึงวันตรุษจีน วันที่เหล่าอาตี๋ อาหมวยต่างรอคอยพร้อมก้าวเข้าสู่ปีใหม่(ของจีน)ในทุกๆปีก่อนวันตรุษจีน จะมีการจัดบ้านทำความสะอาดเพื่อปัดกวาดความโชคร้าย และการแต่งบ้านยังถือว่าเป็นการต้อนรับสิ่งดีๆ ที่กำลังจะเข้ามาในชีวิตอีกด้วย  ตรุษจีนนี้ เราจึงแนะนำ 8 ไอเดียการตกแต่งบ้านเรียกทรัพย์ รับตรุษจีน ไปดูกันเลยค่ะว่ามีอะไรบ้าง

  • เลือกของตกแต่งบ้านด้วยโทนสีแดงสด
    เพราะชาวจีนเชื่อกันว่า สีแดง เป็นสีแห่งโชคลาถ และเป็นสีสิริมงคล แสดงให้เห็นถึง อำนาจบารมี ความกล้าหาญ ความรัก ฯลฯ จึงไม่แปลกเลยที่จะเห็นชาวจีนตกแต่งบ้านเป็นสีแดง
    .
  • กระดาษฟู่เสริมความมั่งมี
    กระดาษสีแดงเขียนด้วยตัวอักษรจีนเป็นคำว่า ฟู (福) เป็นรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด นิยมนำไปตกแต่งเหนือประตูบ้าน และต้องติดกลับหัว เพราะที่ต้องติดในลักษณะนี้ก็เพื่อเรียกโชคลาภและความสุขมาให้กับคนในบ้าน
  • โคมไฟขับไล่สิ่งชั่วร้าย
    การติดโคมไฟสีแดง หรือโคมไฟกระดาษ มักจะเป็นของตกแต่งที่สำคัญๆเกือบทุกเทศกาล เพราะชาวจีนมีความเชื่อว่า โคมไฟสีแดงจะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้าบ้าน ดังนั้นชาวจีนจึงนิยมประดับโคมไฟสีแดงไว้ที่หน้าบ้าน หรือหน้าประตูเข้า-ออก เพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้ามาทำร้ายคนในบ้าน
  • เทียน
    การตกแต่งบ้านด้วยเทียน นอกจากจะช่วยนำพลังงานบวกเข้าสู่บ้านของคุณ หากเพิ่มเติมด้วยเทียนที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆก็จะช่วยเรื่องการผ่อนคลาย การเลือกสีของเทียน ก็ส่งผลด้วยเช่นกัน เช่น เทียนสีฟ้า จะให้ความสงบมาสู่บ้าน, เทียนสีเหลือง ช่วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น, และเทียนสีแดง จะช่วยเพิ่มพลังงานให้คนในบ้าน
    .
  • ภาพมงคล
    ชาวจีนในสมัยก่อน ได้มีการตีความจากธรรมชาติ และพฤติกรรมของสัตว์เพื่อนำมาแปลงเป็นตัวอักษร และวาดภาพเหล่านั้น เพื่อสื่อความหมายเป็นนัยโดยมีเรื่องราวประกอบ และภาพส่วนใหญ่ชาวจีนนิยมนำมาประดับเพื่อความเป็นมงคล และภาพที่ได้รับความนิยม โดยส่วนใหญ่จะเป็นรูปที่สื่อถึงดังนี้  ความสมบูรณ์  (เช่น รูปเด็กที่อ้วนท้วน หรือรูปผลไม้มากมาย)  ความก้าวหน้า ( เช่น รูปปลาคราฟว่ายทวนน้ำ และรูปม้าหนุ่ม8 ตัวที่กำลังวิ่ง)  เงินทอง ( เช่น รูปปลาทอง และ รูปนกยูง)
    .
  • ผลไม้ (มะปราง หรือ ส้มจีน)
    บ้านไหนที่มีอาหาร หรือ ผลไม้บนโต๊ะอาหาร ถือว่าบ้านนั้นอุดมสมบูรณ์ไม่อดยาก และการเลือก มะปราง หรือ ส้มจีนในเทศกาลตรุษจีน ถือเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง ความสำเร็จ อุดมสมบูรณ์พูนสุข เพื่อความเป็นสิริมงคล การนำผลไม้มาจัดวางที่โต๊ะอาหาร เป็นนัยว่า จะทำให้มั่งมี
  • การตกแต่งห้องครัว
    ในเทศกาลนี้ก็จะเน้นที่ ถ้วย ชาม ช้อน ส้อม ที่เป็นสีแดง สีทองหรือสีขาว เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคลนอกจากนี้ควรวางผลไม้ไว้ตรงกลางโต๊ะทานอาหาร เพิ่อเพิ่มสีสันที่สดใสจะนำความสุขและโชคดีให้กับครอบครัว
    .

การจัดห้องห้องนอน
ควรทำห้องให้สะอาดสะอ้าน และปลอดโปร่ง ไม่แนะนำให้วางไว้ของเหนือกระจกในห้องนอน หรือวางให้น้อยที่สุด เพราะมีความเชื่อว่า การวางของไว้เหนือกระจกบนห้องนอนจะนำความเหนื่อยยาก หรืออุปสรรคมาให้เข้ามาให้ชีวิตได้

.

หากตรุษจีนนี้ ไม่มีคนช่วยทำความสะอาด เรียกแม่บ้านมือโปรกับ Fixzy นะคะ http://bit.ly/2EGS3bI

หรือสนใจแจ้งหาช่างซ่อมแซม ติดตั้ง หรืองานบำรุงรักษาบ้าน
ผ่าน Fixzyได้ 3 ช่องทางนะคะ Fixzyได้ที่
App Store : http://apple.co/2eZWipM
Play Store : http://bit.ly/2eTkbw8
Website :www.fixzy.net
Line : http://bit.ly/2eLA0rd

“เริ่มต้นปีให้สบายใจ เรื่องบ้านให้ Fixzy ดูแล”

ปาร์ตี้ปลายปี หยุดยาว กลับมารีบเคลียร์งานอีก Fixzy ขอเสนอบริการที่ทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น ในช่วงปีใหม่นี้

เพื่อนมาฉลองเต็มบ้าน แอร์ไม่เย็นทำไงดี เรียกช่างแอร์ Fixzy ตรวจสอบสภาพ หรือล้างแอร์ให้สะอาดพร้อม Party ได้
โปรล้างแอร์ติดผนังระดับพรีเมี่ยมด้วยน้ำยาขจัดคราบ 590.- http://bit.ly/2AvTSuz
โปรโมชันล้างแอร์ติดผนัง 450.- http://bit.ly/2C3ZPMe

จะเสียบปลั๊กเปิดเพลง ก็ดันเสีย หรือสายไฟเจ้ากรรม ก็ดันมาขาดเอาซะตอนนี้ เรียก ช่างจาก Fixzy ซ่อมงานเล็กงานน้อย ทันใจแน่นอน
บริการงานเล็กงานน้อย 350.- http://bit.ly/2BcTFMm

Party กันสุดเหวี่ยงตื่นมาเห็นสภาพบ้านแล้วลมแทบจับ ไม่ต้องเครียดไป เรียกแม่บ้านจาก Fixzy ไปเก็บบ้านให้ หมดปัญหา นอนต่อได้
แม่บ้านมือโปรพร้อมอุปกรณ์ทำความสะอาด 2 ชั่วโมง 500 .- http://bit.ly/2BDHc4L

นานๆ จะซักที่นอนสักที ฝุ่นนี่พรึ่บ เพื่อนจะนอนได้มั้ยนะ แต่ไม่ต้องห่วง เรียกช่าง Fixzy กำจัดไรฝุ่น ปราศจากเชื้อโรคร้ายๆ ได้ 100%
กำจัดไรฝุ่นที่นอน โซฟา เพื่อสุขภาพที่ดี 1,190.- http://bit.ly/2z2ovW4

พื้นลามิเนตวัสดุยอดฮิตสำหรับบ้านในยุคนี้

          ปัจจุบันพื้นไม้ลามิเนตเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมใช้งานอย่างมากในบ้านสมัยใหม่ เนื่องจากติดตั้งง่าย มีให้เลือกหลากหลาย สวยงามและคงทน ซึ่งไม้ลามิเนตนั้นเป็นไม้สำเร็จรูปที่อัดแน่นรวมกันเป็นแผ่นมีผิวเหมือนไม้จริง เหมาะกับการใช้ปูพื้นบ้าน คอนโด  สำนักงาน อีกทั้งยังมีคุณสมบัติเด่นๆ เหมาะแก่การเลือกไปใช้งานดังนี้

     1. พื้นลามิเนตมีลวดลายและเฉดสีมากมายหลากหลายให้เลือกใช้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน

     2. มีหลากหลายราคาให้เลือก ตั้งแต่ถูกไปจนถึงแพง

     3. พื้นลามิเนตดูแลรักษาง่าย หากเกิดชำรุดเสียหายสามารถเลือกเปลี่ยนแผ่นไม้เฉพาะจุดได้

     4. ทำความสะอาดง่าย ใช้เครื่องดูดฝุ่นหรือผ้าบิดน้ำหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดก็เพียงพอแล้วค่ะ

     5. ผิวของพื้นไม่ทำให้ลื่นล้ม เหมาะมาก สำหรับบ้านที่มีเด็กและผู้สูงอายุ

     6. เนื่องจากพื้นไม้ลามิเนตมีสารเคลือบกันลอยขีดข่วน ทำให้ทนทานต่อการเกิดรอยขีดข่วน

                   และเพื่อให้ผู้ใช้ทุกท่านสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม เราก็มี “ข้อควรระวังในการใช้งาน” มาฝากกัน ดังนี้ค่ะ

      1. พื้นที่ติดตั้งไม้ลามิเนตต้องได้ระดับ พื้นต้องเรียบไม่เป็นคลื่น ไม่เช่นนั้นแล้วอาจทำให้เกิดเสียงเวลาเดินได้

      2. พื้นไม้ลามิเนตนั้นไม่ชอบความชื้นหากปล่อยให้พื้นได้รับความชื้นบ่อยๆ จะทำให้พื้นบวมพองนะคะ

      3. หลีกเลี่ยงการติดตั้งพื้นไม้ลามิเนตบริเวณที่มีแสงแดดส่องเพราะจะทำให้สีของพื้นซีดจาง

      4. หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาทำความสะอาดพื้นที่มีฤทธิ์กัดกร่อน เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายแบบถาวรกับพื้นไม้ได้ค่ะ

          จากคุณสมบัติที่กล่าวมาข้างต้นนั้นหากใครที่กำลังมองหาวัสดุปูพื้นอยู่ พื้นไม้ลามิเนตก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะ การดูแลรักษาก็ไม่ยากอย่างที่คิด และสำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปเลือกชมไม้ลามิเนตจากร้าน PANTHERA ได้ที่ >> “PANTHERA” นะคะ  เพราะร้านนี้เค้าคัดสรรวัสดุชั้นดี ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน EUROPEAN STANDARD ทำให้ไม้จากร้าน PANTHERA เป็นพื้นไม้ลามิเนตคุณภาพสูงที่มีความทนทาน ได้มาตรฐานสากลค่ะ